บทความทั้งหมด

ปรับปรุงล่าสุด 01/12/2564
วิตามินซี กับการรักษาสิว

วิตามินซี กับการรักษาสิว

  •  9 พฤศจิกายน 2564

วิตามินซี กับการรักษาสิว

ปัญหาสิว เป็นปัญหาที่ทุกคนล้วนต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยแต่ละคนนั้นก็จะมีวิธีการรักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหนึ่งในวิธีที่มีความนิยมมากก็คือ การทานวิตามินซี หรือใช้สกินแคร์ที่มีส่วนประกอบจากวิตามินซี เพราะเชื่อว่าวิตามินซีนั้นมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ และรวมไปถึงการรักษาสิวด้วย ซึ่งวิตามินซีจะมีส่วนช่วยในเรื่องการรักษาสิวจริงหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

วิตามินซีกับการรักษาสิว

วิตามินซี (Ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดที่สามารถละลายในน้ำได้ วิตามินซีมีประโยชน์ต่อผิวหนังของมนุษย์ เนื่องจากประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งเป็นสารที่ต่อต้านสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ที่มีส่วนทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อม ผิวหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย ทั้งนี้อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น มลภาวะเป็นพิษทางอากาศ ความเครียด รังสียูวี เป็นต้น

นอกจากนี้ผิวหนังขั้นนอกของมนุษย์ยังประกอบไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องและช่วยให้ผิวผลิตเซลล์ใหม่ ดังนั้นวิตามินซีจึงมีส่วนช่วยในการรักษาสิวได้

วิตามินซีช่วยรักษาสิวได้อย่างไร

ปัญหาของสิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน การอุดตันนี้จะทำให้ผิวหนังเกิดการบวมแดง และเกิดตุ่มหนอง และเป็นสิวในที่สุด โดยมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น กรรมพันธุ์ อายุ หรือฮอร์โมนในร่างกาย จากแบคทีเรียชนิด Cutibacterium acnes ซึ่งอาศัยอยู่ใต้ผิวหนัง ทั้งนี้หลังจากสิวยุบจะเกิดรอยแผลเป็นและผิวบริเวณนั้นจะถูกทำลาย แต่วิตามินซีสามารถช่วยรักษาปัญหาผิวนี้ได้

ในผลิตภัณฑ์รักษาสิว เช่น โลชั่นบำรุงผิวหรือเซรั่มบำรุงผิว จะมีอนุพันธ์วิตามินซีที่มีชื่อว่า Sodium ascorbyl phosphate (SAP) อนุพันธ์ตัวนี้มีส่วนช่วยให้วิตามินซีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น SAP ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องไม่ให้สารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ผิว ซึ่งอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ เกิดอาการบวมแดง เป็นต้นตอของการเกิดสิวอักเสบ นอกจากนั้น SAP ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยสิวจางลง ริ้วรอยตื้นขึ้น และป้องกันผิวจากรังสี UV ได้อีกด้วย

ในธรรมชาติอนุพันธ์วิตามินซีก็มีเช่นกัน ส่วนใหญ่จะพบในพืชผักผลไม้ เช่น ส้ม มะเขือเทศ เป็นต้น กรดแอสคอร์บิก แอซิด (Ascorbic acid) เป็นอนุพันธ์วิตามินซีที่เกิดจากธรรมชาติ แต่เนื่องจากอนุพันธ์วิตามินซีจากธรรมชาติมีความไม่เสถียร ละลายน้ำอย่างรวดเร็ว ซึมเข้าผิวได้ยาก จึงต้องมีการดัดแปลงสารให้สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ นั่นก็คือสาร Sodium Adcorbyl Phosphate (SAP) นั่นเอง

วิตามินซีช่วยรักษารอยแผลเป็นจากสิว

รอยแผลเป็นจากสิวเกิดขึ้นได้จากการเกิดสิวอย่างรุนแรง เช่น สิวหัวช้าง นอกจากนั้น การจับหรือการบีบสิวก็ทำให้เกิดแผลเช่นกัน โดยรอยแผลเป็นจากสิวแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • Hypertrophic Scar แผลเป็นที่นูนออกมาจากผิวหนัง เกิดจากการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังมากเกินไป มักเกิดขึ้นจากรอยเดิม
  • Keloid แผลที่เป็นรอยนูนออกมา เกิดขึ้นเนื่องจากผิวหนังมีการสร้างคอลลาเจนมากเกินไป
  • Atrophic Scar เป็นแผลที่เกิดจากการสูญเสียผิวหนังและคอลลาเจนบนผิวหนัง ทำให้เกิดรอยบนผิวหนังและเกิดหลุมบนผิวหนัง 

วิตามินซีสามารถช่วยรักษารอยแผลเหล่านี้ได้ โดยวิตามินซีมีความสามารถในการเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ผิวหนังมีการสร้างขึ้นใหม่และวิตามินซีจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้แผลสมานได้เร็วยิ่งขึ้น โดยได้มีการทดลองกับกลุ่มทดลองจำนวน 30 คนเป็นเวลา 4 สัปดาห์โดยใช้วิตามินซีควบคู่กับการรักษาแบบ Microneedling

วิตามินช่วยลดรอบดำได้หรือไม่

เมื่อมีการใช้วิตามินซีบนผิวจะเกิดกลไกการยับยั้งเอนไซม์ไทโรสิเนส (Tyrosinase) ซึ่งเอนไซม์นี้มีหน้าที่ในการผลิตเม็ดสีของผิว เรียกว่า เมลานิน (Melanin) ทำให้รอยดำลดเลือนลงได้ ยิ่งกว่านั้นวิตามินซีสามารถทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสได้

แหล่งที่มา : www.trueplookpanya.com


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม