Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

วิตามินซีมีประโยชน์และโทษอะไรบ้าง

วิตามินซีมีประโยชน์และโทษอะไรบ้าง

ปัจจุบันนั้นมีผู้คนมากมายที่รักสวยรักงาม หรือรักสุขภาพกันมากขึ้น จึงทำให้มีหลายคนหันมาทานรับประทานวิตามินซี ทั้งในรูปแบบวิตามินที่ได้จากผลไม้หรือวิตามินซีเสริม เพื่อความสวยความงาม ถึงแม้ว่าวิตามินซีจะมีอยู่ในผักผลไม้หลายชนิดแต่ก็มีคนไม่ชอบทานเหมือนกัน ซึ่งในวันนี้เรามาพาไปรู้ถึงประโยชน์และโทษของวิตามินซีกัน โดยจะมีอะไรบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

วิตามินซี คืออะไร

หลายคนอาจจะเคยได้ยินแค่ชื่อ แต่ไม่รู้ว่าวิตามินซีคืออะไร เราจะมาบอกกัน วิตามินซี เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย แต่ร่างกายของเรานั้นไม่สามารถผลิตวิตามินซีขึ้นมาเองได้ และร่างกายก็ยังไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินซีได้ เนื่องจากวิตามินซีนั้นเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

ประโยชน์ของวิตามินซี

  • มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อ ของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น และแข็งแรง
  • ช่วยรักษาแผลเป็น และแผลต่าง ๆ ให้หายเร็วขึ้นเช่น แผลสด แผลไฟไหม้
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นตัวสร้างคอลลาเจน
  • มีสารต่อต้านโรคภูมิแพ้ สามารถบรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้นได้ บรรเทาอาการแพ้
  • หากทานวิตามินซีร่วมกับ กรดแพนโทเธนิค (Pantothenic Acid) จะช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้
  • ช่วยป้องกันและรักษาหเลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด หรือแม้กระทั่งสามารถป้องกันหวัดได้
  • ลดการอักเสบจากการติดเชื้อ
  • ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ

โทษของวิตามินซี

  • ถึงแม้วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้งานได้และหากได้รับวิตามินซีมากเกินไป ก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะก็ตาม แต่หากรับประทานวิตามินซีจำนวนมากติดต่อกันหลายวัน ก็อาจจะทำให้มีอาการท้องเสียกระเพาะอาหารระคายเคืองได้
  • หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณมากจนเกินไป อาจนำไปสู่โรคเกาต์ได้ เนื่องจากวิตามินซีทำหน้าที่เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กห ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมธาตุเหล็กตามข้อกระดูก
  • มีอัตราความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไตมากขึ้น

เห็นกันแล้วใช่หรือไม่ว่าวิตามินซีนั้นมีประโยชน์ของโทษอะไรบ้าง ดังนั้นเราความทานวิตามินในเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ไม่ควรมากไปหรือน้อยจนเกินไป

แหล่งที่มา : www.kasemrad.co.th/


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , ,

วิตามินซีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้นะ

วิตามินซีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้นะ

ทุกวันนี้สุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่มีเชื้อไวรัสอย่างโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 (COVID-19) ระบาดอย่างหนักในทั่วโลก ทำให้คนสนใจสุขภาพมากกว่าเดิม เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งหนึ่งในทางปกป้องกันก็คือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง

แพทย์แผนไทยแนะนำอาหารที่ช่วยเพิ่มเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 (COVID-19)

โดย นพ.มรุต จิรเศรษฐศิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก แนะนำผักผลไม้สมุนไพร 3 กลุ่ม เพื่อเสริมภูมิต้านทานของร่างกายช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้แก่

  • กลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน ได้แก่ สมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • กลุ่มที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
  • กลุ่มที่มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ สารกลุ่มแอนโทไซยานิน

วิตามินซีคืออะไร

วิตามินซี เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือเสริมสร้างการดูดซึมของคอลลาเจน โดยวิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิค (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ ร่างกายของคนเราไม่สามารถสังเคราะห์ใช้เองได้ จึงทำให้เราจะต้องได้รับวิตามินซีผักและผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม สตรอว์เบอร์รี่ และอะเซโรล่าเชอร์รี่เป็นต้น

อะเซโรล่าเชอร์รี่คืออะไร

อะเซโรล่า เชอร์รี่ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาคล้าย ๆ กันกับลูกเชอร์รี่แต่ลูกจะแป้นและกลมกว่า เมื่อสุกจะส่งกลิ่นหอมหวานคล้าย ๆ กับแอปเปิ้ล รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีสีแดง ผลของอะเซโรล่าเชอ์รี่นั้นจะบอบบางมาก เวลาที่เก็บมาผลจะช้ำได้ง่ายมาก เมื่อต้องเก็บแล้วต้องเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส จึงจะไม่เกิดเป็นเชื้อรา

นอกจากนี้ อะเซโรล่า เชอร์รี่ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี โปรตีนและแร่ธาตุซึ่งจะมีสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งว่ากันว่าเป็นสารที่สามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกายได้ มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล

อะเซโรล่าเชอร์รี่มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม

อะเซโรล่า เชอร์รี่นั้นมีสารอาหารเด่น ๆ ก็คือปริมาณวิตามินซีสูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีที่ขึ้นว่ามีปริมาณวิตามินซีสูงแล้ว แต่ปรากฏว่าในอะเซโรล่าเชอร์รี่นั้นมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 30 – 80 เท่า ทำให้อะเซโรล่าเชอร์รี่ สามารถตอบความต้องการของสาว ๆ ในเรื่องของผิวขาวใส มีออร่า จึงทำให้อะเซโรล่าเชอร์รี่เป็นที่สนใจขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญที่ควรปฏิบัติในตอนนี้ คือการล้างมือบ่อย ๆ ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เป็นหวัดมีอาการไอ จาม กินร้อนช้อนตัวเอง งดเดินทางไปประเทศเสี่ยง และรักษาระยะห่างจากคนอื่น ๆ งดการพบปะสังสรรค์และร่วมกิจกรรม หรือเดินทางไปในที่ที่มีคนเยอะ จะช่วยลดการแพร่ระบาด และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

นอกเหนือจากนั้นมั่นรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะวิตามินอย่างวิตามินซี ซึ่งจะช่วยให้ร่างเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.sanook.com


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

ชนิดของวิตามินซีและการทานอย่างถูกต้อง

ชนิดของวิตามินซีและการทานอย่างถูกต้อง

ถ้าเอ่ยถ้าวิตามินซี เชื่อแน่ว่าทุกคนรู้จักและรู้ถึงประโยชน์มากมายของวิตามินซีตัวนี้ โดยเฉพาะการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัด และที่สำคัญที่สุดก็คือสรรพคุณเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าและผิวพรรณ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนหรือทุกปัญหาสุขภาพจะสามารถทานวิตามินซีในปริมาณเดียวกันหรือรูปแบบเดียวกันได้ ซึ่งการทานวิตามินซีจะต้องทานให้ถูกวิธีและตามความเหมาะสมของร่างกายแต่ละคนด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปรู้จักวิตามินซีแต่ละชนิดและการทานที่ถูกต้องกัน

วิตามินซีควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่

ในทางศาสตร์ชะลอวัยคนเราควรทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ที่จะช่วยในเรื่องภูมิต้านทานร่างกายและการบำรุงผิวพรรณ แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหวัดหรือภูมิแพ้บ่อย ควรทานวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัมหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งหากอยากรู้แน่ชัดว่าร่างกายเราต้องการวิตามินเท่าไหร่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ชนิดของวิตามินรูปแบบต่าง ๆ

แบบอัดเม็ด

วิตามินซีประเภทนี้โดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 25 – 1,000 มก. แต่ขนาดยอดนิยมทั่วไปคือ 500 และ 1,000 มก. ซึ่งหากเป็นไปได้ควรเลือกทานที่ระบุว่าเป็นแบบ Buffered, Sustained release หรือ Slow release เพราะตัววิตามินซีจะค่อย ๆ ปล่อยจากเม็ดยาช้า ๆ ทำให้วิตามินซีออกฤทธิ์ได้นานขึ้น อีกทั้งช่วยให้ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่ระดับวิตามินซีในกรแสเลือดที่ได้รับนั้นไม่แตกต่างจากรูปแบบเม็ดทั่วไปที่ปล่อยวิตามินซีแบบทันที

แบบเม็ดอม

โดยปกติมีขนาด 25 – 500 มก. เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบกลืนเป็นเม็ด แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า การอมวิตามินซีแบบเม็ดบ่อย ๆ กรดที่ออกมาจะทำให้เคลือบฟันบางจนฟันกร่อนได้

แบบเม็ดเคี้ยว

โดยปกติมีขนาด 30 มก. เหมาะกับเด็ก เพราะมีรสหวานชวนทาน แต่ต้องระวังไว้ว่าน้ำตาลที่มีปริมาณสูง อาจส่งผลให้เกิดฟันผุได้เมื่อรับประทานเป็นประจำ

แบบเม็ดฟู่

มักมาในขนาด 500 และ 1,000 มก. วิธีการทานที่ถูกต้องควรนำไปละลายในน้ำจนฟองหมด เพราะฟองแก๊สที่เกิดขึ้นเมื่อรับประทานเข้าไปอาจเกิดการแน่นท้องในภายหลังได้ วิตามินซีชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดขนาดใหญ่ ข้อดีคือเหมาะกับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึม

แบบแคปซูล

มีทั้งแบบแคปซูลแข็งและแคปซูลนิ่ม แต่ละแคปซูลมีขนาด 500 มก. ข้อดีคือกลืนง่ายสบายคอกว่าวิตามินหซีรูปแบบอัดเม็ด

แบบสารละลายเพื่อฉีด

ขนาดจะอยู่ที่ 500 มก. เป็นวิตามินซีแบบที่เหมาะกับการป้องกันหวัดที่ดีที่สุด แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีด ข้อดีก็คือ ออกฤทธิ์เร็ว และร่างกายสามารถเอาวิตามินซีไปบำรุงซ่อมแซมได้ทันทีเพราะไม่ต้องผ่านการย่อยจากกระเพาะอาหาร

ทานวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด

  • ทานพร้อมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น เพราะวิตามินซีจะถูกขับออกภายใน 2 – 3 ชั่วโมง ดังนั้นการรักษาระดับวิตามินซีในเลือดให้สูงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ
  • บรรเทาอาการหวัดทานวิตามินซี 1,000 มก. วันละ 2 เวลา ช่วยให้ระดับฮิสตามีน สารที่ทำให้น้ำตาน้ำมูกไหลลดลงได้ถึงร้อยละ 40
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน ควรรับประทานวิตามินซีวันละ 1,000 มก. เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยลดสารต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบของหลอดเลือด อีกทั้งช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่นโรคหัวใจ โรคไตวาย เป็นต้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพวิตามินซี ด้วยการทานร่วมกับแคลเซียม แมกนีเซียม และไบโอฟลาโวนอยด์
  • สัญญาณวิตามินซีเกิน เช่น อาการท้องเสียเป็นต้น ซึ่งอาจเกิดได้กับคนที่ทานวิตามินซีได้ปริมาณที่สูงมาก ๆ เช่น 8,000 มิลลิกรัมขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะเป็น เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนก็สามารถย่อยวิตามินซีได้วันละหลายกรัมเลยทีเดียว

แหล่งที่มา : www.bangkokhospital.com


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

วิตามินซีทานตอนไหนถึงจะได้ประโยชน์

วิตามินซีทานตอนไหนถึงจะได้ประโยชน์

อาหารเสริมอย่าง วิตามินซี นั้นเป็นที่นิยมกันอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หน้าหนาว ที่คนเป็นหวัดกันเยอะ เลยจะต้องซื้อวิตามินซีแบบอัดเม็ดมาทานกันเอง เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จะได้ไม่ป่วยง่าย ๆ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณอีกด้วย แต่ก็มีคำถามจากผู้บริโภคหลายคนอยู่เหมือนกันว่า เราควรทานวิตามินซีเสริมแบบนี้มากแค่ไหน แล้วถ้าจะทานควรทานช่วงไหนร่างกายถึงจะได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด

ทานวิตามินซีเสริมดีไหมนะ

โดยปกติคนอายุ 15 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามิน 60 – 90 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนเด็กต้องการวิตามินซี 30 – 50 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ก็สามารถทานเพิ่มได้ถึงราว ๆ 100 – 200 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ในบางคนอาจจะจำเป็นต้องรับอาหารเสริมวิตามินซีเพิ่มมากหน่อย คือตั้งแต่ 500 มิลลิกรัมขึ้นไป อย่างเช่นคนที่เป็นหวัดบ่อย ๆ คนที่มีอาการเลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด แพทย์จะให้ทานวิตามินซีเสริม รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ก็จำเป็นต้องทาน เพราะบุหรี่จะไปลดปริมาณวิตามินซีในร่างกาย เช่นเดียวกับหญิงตั้งครรภ์ คนที่เตรียมตัว ผ่าตัด หรือเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัดก็ควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากขึ้น

ทานวิตามินซีตอนไหน ได้ประโยชน์มากที่สุด

เรื่องนี้ ภญ.วริยา สารรัตนะ ได้ให้คำตอบไว้ใยเว็บไซต์หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าจริง ๆ แล้วสามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่แนะนำว่าอย่าทานตอนท้องว่าง ถ้าจะให้ดีควรทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารจะดีที่สุด เพราะอาหารจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้และเป็นการป้องกันกระเพาะอาหารระคายเคืองด้วย เพราะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดนั่นเอง ทั้งนี้เราอาจแบ่งประทานวิตามินซีตามมื้ออาหารก็ได้ เช่นวันละ 2 เวลาหลังอาหาร หรือวันละ 3 เวลาหลังอาหาร จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียว

วิตามินซี ทานมากไปใช่ว่าจะดี

อาหารทุกอย่างทานน้อยไปก็ไม่ได้ ทานมากเกินไปก็ไม่ดี รวมทั้งวิตามินซีด้วย เพราะถ้าร่างกายได้รับน้อยเกินไปก็จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นหวัดง่าย เลือดออกตามไรฟัน ผิวพรรณดูไม่ผ่องใส เพราะวิตามินซีมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ช่วยชะลอความแก่ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

แต่ถ้าทานมากเกินไปเช่น ทานเกิน 1000 – 2000 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน ๆ เข้า ก็อาจเกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น ไม่สบายท้อง ปวดมวนท้อง ท้องเสียรุนแรง เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเป็นนิ่วในไต แต่ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะอาการข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ จึงขับออกทางปัสสาวะได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหากใครจำเป็นต้องทานวิตามินซีในปริมาณสูงกว่าที่กำหนด ก็ควรทานพร้อมหรือหลังอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ ด้วย

แหล่งที่มา : https://health.kapook.com/


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , ,

เพิ่มวิตามินซีให้ผิวใสไร้ริ้วรอย

เพิ่มวิตามินซีให้ผิวใสไร้ริ้วรอย

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ผิวก็จะเริ่มร่วงโรยไปตามวัย ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน ตามมาด้วยปัญหาริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นรอยย่นบนหน้าผาก รอยตีนกา รอยลึกร่องแก้ม แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถชะลอริ้วรอยพวกนั้นได้ ซึ่งตัวช่วยที่ว่านั้นก็หนีไม่พ้น วิตามินซี นั่นเอง

วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถชะลอความแก่ ลดสาเหตุการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี และยังช่วยทำให้ผิวดูใส เนียนนุ่ม กระจ่างใส ทำให้มีหลายคนนิยมไปฉีดวิตามินซีเข้าผิวกัน แต่จริง ๆ แล้วยังมีวิธีที่ง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า โดยมีดังต่อไปนี้

ทานผลไม้ที่มีวิตามินซี

เริ่มกันอย่างวิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ นั่นก็คือการทานผลไม้ที่มีวิตามินซีนั่นเอง ซึ่งผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงนั้นก็มีมากมายหลายชนิดได้แก่

  • อะเซโรล่า เชอร์รี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามิซีสูงที่สุด โดยมีปริมาณสูงกว่าส้มถึง 30 – 80 เท่า อีกทั้งยังอุดมไปด้วย วิตามินซี ที่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ไขมันอิ่มตัวและโซเดียมต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล
  • ส้ม ผลไม้ที่ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของวิตามินซี เพราะในส้มขนาดกลาง 1 ผล จะมีวิตามินซีประมาณ 70 มิลลิกรัม
  • สตรอว์เบอร์รี่ ในสตรอว์เบอร์รี่มีวิตามินซีมากถึง 85 มิลลิกรัมต่อ 1 ถ้วย และยีงอุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียม
  • กีวี่ แค่กีวี่เพียง 2 ชิ้นเล็กก็สามารถให้วิตามินซีมากถึง 128 มิลลิกรัม และกีวี่ยังมีสารเซโรโทนิน ที่ช่วยในการนอนหลับอีกด้วย
  • แอปเปิ้ล ผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่หลากหลายรวมไปถึงวิตามินซีในแอปเปิ้ล 1 ลูก ให้วิตามินซี 4.6 มิลลิกรัม และยังมีวิตามินอื่น ๆ อีกเช่น วิตามินบี ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม

ทานวิตามินซีเสริม

อีกหนึ่งวิธีที่ปลอดภัยและสะดวก ก็คือการเลือกทานวิตามินซีเสริม เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานผลไม้แต่ต้องการเสริมวิตามินซีให้กับร่างกาย โดยควรทานวิตามินซีเสริมประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยให้เรื่องผิวพรรณ โดยอาหารเสริมวิตามินซี มีหลากหลายรูปแบบอย่างเช่น แบบอัดเม็ด แบบเม็ดอม แบบเม็ดเคี้ยว แคปซูล ซึ่งก็จะมีการใช้ผลไม้มาสกัดเป็นวิตามินซีที่แตกต่างกัน แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือ ส้มและอะเซโรล่า เชอร์รี่

ใช้สกินแคร์ที่วิตามินซีเข้มข้น

สาว ๆ ไม่ว่าคนไหนก็ต้องใช้สกินแคร์กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะใช้ที่ใบหน้า หรือทั่วร่างกายก็ตาม ซึ่งจะดีกว่าไหมถ้าสกินแคร์ที่เราใช้นั้นมีส่วนผสมของวิตามินซีอยู่ด้วย ทำให้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีนั้นเป้นที่นิยมอย่างมาก

แหล่งที่มา sistacafe.com


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

เรื่องดี ๆ ของวิตามินซีที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

เรื่องดี ๆ ของวิตามินซีที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

วิตามินซี นั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้หญิงอย่างเรา เพราะนอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพของเรานั้นดีขึ้น ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังมีช่วยในเรื่องของความสวยความงามของผู้หญิงที่พลาดไม่ได้อีกด้วย ทั้งนี้วิตามินซีสามารถช่วยอะไรและมีเรื่องอะไรที่ผู้หญิงอย่างเราพลาดไม่ได้เกี่ยวกับวิตามินซี เราไปหาคำตอบกัน

วิตามินซี คืออะไร

วิตามินซี เป็นหนึ่งในวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเราจึงต้องเติมวิตามินซีให้เพียงพอต่อร่างกายอยู่เสมอ โดยเราสามารถหาวิตามินซีได้จากพืชผัก ผลไม้ทั่วไป โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยวและจากวิตามินซีที่อยู่ในรูปแบบอาหารเสริม

ประโยชน์ของวิตามินซีที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

วิตามินซีถือเป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว เมื่อรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังแน่น เต่งตึง และมีความยืดหยุ่นดี

ช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ในวิตามินซีนั้นจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายเอาไว้ และช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงทำให้สามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้

ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง

คุณประโยชน์เด่น ๆ ของวิตามินซีที่สาว ๆ รู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ดูขาวกระจ่างใส และด้วยจุดเด่นนี้จึงทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ล้วนจะต้องมีส่วนผสมของวิตามินซีเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้ถ้าหากใครใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นประจำประกอบกับการรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม ผิวก็จะยิ่งแลดูขาวกระจ่างใส และเปล่งปลั่งอย่างเห็นได้ชัด

สิวหายเร็ว

วิตามินซีมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกาย ดังนั้นหากใครมีแผลตามร่างกาย รวมถึงการเป็นสิวอักเสบ รอยแผลเป็นจากสิว และจุดด่างดำต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะหายเร็วขึ้น และนอกจากนี้ยังจะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนและสดใสมากขึ้น

ป้องกันและฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแดด

วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นให้ผิวที่กำลังอ่อนแอไหม้เสียจากแสงแดด เกิดการพื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาผิวคล้ำเสียจากแดด ควรทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซีพร้อม ๆ กับการทานวิตามินซีไปพร้อม ๆ กัน

ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง

การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ใครที่เป็นหวัดบ่อย ๆ การรับประทานวิตามินซีก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

วิตามินซีจะช่วยคุมคอเลสเตอรอลในเลือด และลดการเกิดเส้นเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ และถ้าหากรับประทานร่วมกับวิตามินอี จะยิ่งช่วยลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังเลือดได้ดีมากขึ้น

ลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

วิตามินซีจะช่วยต่อต้านการสร้างสารไนโตรซามีน (สารก่อมะเร็ง) ดังนั้นใครที่รับประทานวิตามินซีเป็นประจำ จะสามารถลดอัตราความเสี่ยง และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิดเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้ การได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรศึกษาเกี่ยวกับทั้งประโยชน์ของโทษของวิตามินซี รวมการทานวิตามินซีอย่างถูกต้องและเหมาะสม

แหล่งที่มา : https://www.honestdocs.co/

https://health.kapook.com/


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

สรรพคุณดี ๆ ที่ได้จากอะเซโรล่าเชอร์รี่

สรรพคุณดี ๆ ที่ได้จากอะเซโรล่าเชอร์รี่

ในบรรดาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่วางจำหน่ายในท้องตลาดนั้น ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในการดูแลบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพ หรือบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายในด้านความงามและการชะลอวัยตามมาเป็นอันดับต่อไป โดยในบรรดาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมนั้นก็จะการใช้สารสกัดต่าง ๆ กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีสารสกัดตัวหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ อะเซโรล่า เชอร์รี่

อะเซโรล่า เชอร์รี่คืออะไร

อะเซโรล่า เชอร์รี่ (Acerola Cherry) เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต้องร่างกาย โดยเฉพาะปริมาณวิตามินซีที่มีสูงมากกว่าผลไม้รสเปรี้ยวหลาย ๆ ชนิด อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง สามารถช่วยส่งเสริมการทำงานของสารอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่น ๆ อย่างเช่น กลูต้าไธโอนและคอลลาเจนเป็นต้น

สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ สามารถช่วยดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงผิวของคุณให้เนียนกระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ช่วยลดเลือนริ้วรอยแลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเด่น ๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

สรรพคุณของอะเซโรล่า เชอร์รี่

  • ช่วยลดการติดเชื้อหวัด สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ มีฤทธิ์ช่วยต้านเชื้อไวรัสโรคหวัด ซึ่งจากการศึกษาในเรื่องนี้แล้วค้นพบว่า ผู้ที่ได้รับวิตามินซีเป็นประจำจะเจ็บป่วยเป็นโรคหวัดน้อยกว่าคนปกติทั่วไป ดังนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดอะเซโรล่า เชอร์รี่ อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคหวัดและทำให้มีสุขภาพแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยอาการของภูมิแพ้ สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ จะช่วยยับยั้งสารฮีสตามิน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ที่ร่างกายผลิตขึ้นมา เพราะถ้าหากร่างกายมีสารชนิดนี้มากเกินไป จะทำให้ระบบหายใจมีอาการระคายเคืองเช่น การจาม มีน้ำมูกไหล รวมไปถึงอาการหอบหืดและหลอดลมตีบ แต่สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ จะช่วยลดอาการภูมิแพ้และอาการแพ้ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
  • ช่วยฆ่าเชื้อรา สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ จะมีสารบางชนิดที่ออกฤทธิ์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราชนิดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดอะเซโรล่า เชอร์รี่เป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราบริเวณผิวหนังหรือส่วนอื่น ๆ ภายในร่างกาย
  • บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ จะช่วยชะลอการย่อยแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต และยังช่วยการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสให้เป็นไปอย่างคงที่ จึงมีผลในการช่วยรักษาระดับน้ำตาลของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดีขึ้นได้

แหล่งที่มา : https://www.hibalanz.com/


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , ,

วิตามินซีเสริมช่วยเรื่องอะไรบ้าง

วิตามินซีเสริมช่วยเรื่องอะไรบ้าง

วิตามินซี เป็นหนึ่งในวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้มีผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริมออกมาจำหน่ายจำนวนมาก เพราะเป็นวิตามินที่ร่างกายขาดไม่ได้ ซึ่งก็มีผู้คนสงสัยว่าวิตามินซีเสริม จะสามารถช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง และจะมีโทษอะไรหรือไม่ จะต้องทานตอนไหน วันนี้เรามีคำตอบเหล่านี้มาฝากกันด้วย

วิตามินซีควรรับประทานตอนไหน

การรับประทานวิตามินซีให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ในความเป็นจริงนั้นไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนเราสามารถเลือกทานวิตามินซีเสริมได้ทั้งนั้น แต่ต้องรับประทานเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากให้ดีแนะนำว่าให้เลือกทานเป็นช่วงเช้าประมาณ 9 – 10 โมงหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เพราะร่างจะดูดซึมวิตามินซีได้ดี นำมาใช้ประโยชน์ได้โดยมีตัวนำพา อีกทั้งควรบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ประมาณ 1000 – 2000 มิลลิกรัมขึ้นไป

วิตามินซีเสริมช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ประโยชน์ของวิตามินซีด้านร่างกาย

  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยให้ไม่ป่วยหรือเป็นหวัดง่าย
  • เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย

ประโยชน์ของวิตามินซีด้านผิวพรรณ

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชราและลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ทำให้ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง
  • ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์

การรับประทานวิตามินซีให้ได้ประโยชน์สูงสุด

  • บรรเทาอาการหวัด ทานวิตามินซีวันละ 2 เวลา จะทำให้ระดับของฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้เกิดน้ำมูกไหลลดลง
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรรับประทาน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซีจะเข้าไปช่วยลดสารต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของหลอดเลือด ทั้งยังช่วยป้องกันโรคและอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้
  • ทานวิตามินพร้อมกับอาหารเช้าและเย็น วิตามินที่เรารับเข้าสู่ร่างกายนั้นจะถูกขับออกมาภายใน 2 – 3 ชั่วโมง ทำให้การรักษาระดับของวิตามินซีในเลือดให้สูงอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ
  • สัญญาณที่บอกว่าร่างกายได้รับวิตามินซีเกินไป ได้แก่อาการท้องเสีย ที่มักเกิดกับผู้ที่ได้รับปริมาณวิตามินซีสูงกว่า 8,000 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าที่ร่างกายต้องในแต่ละวัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดอาการนี้ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนก็สามารถย่อยวิตามินซีได้วันละหลายกรัม

แหล่งที่มา : https://www.sanook.com


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , ,

อันตรายจากการทานวิตามินซีมากเกินไป

 

อันตรายจากการทานวิตามินซีมากเกินไป

วิตามินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกันออกไปตามประโยชน์ของวิตามินต่าง ๆ ซึ่งวิตามินต่าง ๆ ถ้าหากได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจจะส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้ โดยวิตามินซีถึงแม้ว่าจะเป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ เมื่อรับเข้าไปเกินความจำเป็นการจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะได้ แต่ถ้าหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็สามารถส่งผลถึงอันตรายได้

อันตรายจากการทานวิตามินซีมากเกินไป

  • เกาต์ เนื่องจากวิตามินซีมีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย การรับวิตามินซีในปริมาณมาก จะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็กตามกระดูกข้อต่อต่าง ๆ มากขึ้นและอาจทำให้เกิดโรคเกาต์ได้ในที่สุด
  • นิ่วในไต นอกจากนั้นการทานวิตามินซีมากเกินไป อาจจะไปกวนการดูดซึมของทองแดงและซิลิเนียม ซึ่งส่งผลให้มีอัตราเสี่ยงการเกิดนิ่วในไตได้ อีกทั้งในคนปกติหากได้รับเกินวันละ 10,000 มิลลิกรัมอาจจะทำให้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้

อันตรายจากการขาดวิตามินซี

  • มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตามข้อต่อของร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เจ็บกระดูก แผลหายช้า เนื่องจากวิตามินซีทำหน้าที่ต่อต้านการอักเสบและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย การได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอจะทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ และทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหายช้ากว่าปกติ
  • เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างของวิตามินซีก็คือ เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็งและช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าร่างกายขาดวิตามินซีจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง และทำให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่าย
  • โรคลักปิดลักเปิด กรณีของเด็กหรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินซีน้อยกว่าวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ ทั้งนี้หากร่างกายขาดวิตามินซีมากเกินปกติอาจทำให้มีลูกยาก เป็นโรคโลหิตจางและมีภาวะความผิดปกติทางจิตได้

ประโยชน์ของวิตามินซี

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ทำให้ผิวหนังเต่งตึง มีความยืดหยุ่นที่ดี
  • ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย วิตามินมีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลาย ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
  • ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ทำให้สิวหายเร็วขึ้น โดยการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกาย
  • ป้องกันผิวคล้ำเสียจากแดด
  • ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
  • ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
  • ป้องกันมะเร็ง

แหล่งที่มา : https://goodlifeupdate.com/healthy-body/health-education/8133.html

https://www.honestdocs.co/8-benefits-of-vitamin-c-for-women


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , ,

อะเซโรล่าเชอร์รี่คืออะไร

อะเซโรล่าเชอร์รี่คืออะไร

สาว ๆ หลายคนนั้นต้องการมีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใส โดยสาว ๆ เหล่านั้นอาจจะหาตัวช่วยก็คือคอลลาเจน อาหารเสริมผิวขาว ๆ รวมถึงวิตามินซีเสริม ซึ่งวิตามินซีเสริมนั้นก็คือสารสกัดที่แตกต่างกันวางขาย แต่ที่กำลังฮิตในปัจจุบันนั้นก็คือ อะเซโรล่าเชอร์รี่ แต่ก็มีหลายคนนั้นสงสัยว่าอะเซโรล่าเชอร์รี่คืออะไร เพราะว่าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน วันนี้เรามารู้จักกับผลไม้ชนิดนี้กัน

อะเซโรล่าเชอร์รี่คืออะไร

อะเซโรล่า เชอร์รี่ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาคล้าย ๆ กันกับลูกเชอร์รี่แต่ลูกจะแป้นและกลมกว่า เมื่อสุกจะส่งกลิ่นหอมหวานคล้าย ๆ กับแอปเปิ้ล รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีสีแดง ผลของอะเซโรล่าเชอ์รี่นั้นจะบอบบางมาก เวลาที่เก็บมาผลจะช้ำได้ง่ายมาก เมื่อต้องเก็บแล้วต้องเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส จึงจะไม่เกิดเป็นเชื้อรา

นอกจากนี้ อะเซโรล่า เชอร์รี่ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี โปรตีนและแร่ธาตุซึ่งจะมีสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งว่ากันว่าเป็นสารที่สามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกายได้ มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล

อะเซโรล่าเชอร์รี่มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม

อะเซโรล่า เชอร์รี่นั้นมีสารอาหารเด่น ๆ ก็คือปริมาณวิตามินซีสูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีที่ขึ้นว่ามีปริมาณวิตามินซีสูงแล้ว แต่ปรากฏว่าในอะเซโรล่าเชอร์รี่นั้นมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 30 – 80 เท่า ทำให้อะเซโรล่าเชอร์รี่ สามารถตอบความต้องการของสาว ๆ ในเรื่องของผิวขาวใส มีออร่า จึงทำให้อะเซโรล่าเชอร์รี่เป็นที่สนใจขึ้นมา

สรรพคุณของวิตามินซีจากอะเซโรล่าเชอร์รี่

  • สุขภาพผิวดี มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งของคนที่รับประทานผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเป็นประจำ จะมีลักษณะสุขภาพผิวที่ดี หรือก็คือผิวพรรณมีความชุ่มชื้น เนียนนุ่ม น่าสัมผัส ผิวแข็งแรง สำหรับผู้ที่มีผิวมันตามธรรมชาตินั้น วิตามินซีก็สามารถช่วยลดความมันได้ด้วย
  • ช่วยให้เม็ดสีผิวที่ผิดปกตินั้นลดเลือน วิตามินซีนั้นมีสรรพคุณช่วยให้เม็ดสีผิวที่ผิดปกติลดเลือนจางหายไป และไม่สร้างเม็ดสีที่ผิดปกติเพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาอย่างเช่นจุดด่างดำ จนทำให้ใบหน้าแลดูหมองคล้ำ หรือมีปัญหาเรื่องฝ้า กระบนใบหน้า ดังนั้นเมื่อทานวิตามินซีจากอะเซโรล่าเชอร์รี่แล้ว ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้ารับประทานกันอย่างต่อเนื่องผิวพรรณจะเนียนสวยและมีออร่ามากขึ้น
  • สังเคราะห์คอลลาเจน วิตามินซีนั้นมีสรรพคุณในการช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผิวที่มีคอลลาเจนอย่างเพียงพอนั้น จะมีความชุ่มชื้น ไม่แห้งจนกลายเป็นริ้วรอยหรือมีร่องลึก ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงมีความยืดหยุ่น
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ คุณสมบัติที่ได้รับความสนใจของวิตามินซีก็คือ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยทั้งในแง่ของการปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้เสื่อมสภาพ และยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , ,
X