Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

ดูแลผิวพรรณให้สวย กระจ่างใสด้วย Acerola Cherry

ดูแลผิวพรรณให้สวย กระจ่างใสด้วย Acerola Cherry

 

อะเซโรล่า เชอร์รี่ (Acerola Cherry)  เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี โปรตีนและแร่ธาตุซึ่งจะมีสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งว่ากันว่าเป็นสารที่สามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกายได้ มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล และจากผลการวิจัยพบว่าอะเซโรล่า เชอร์รี่มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้มถึง 65 เท่า

อะเซโรล่าเชอร์รี่จะช่วยในการเร่งการเสริมสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน เนื่องจากอะเซโรล่า เชอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ส่งผลให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยและมีความกระชับยืดหยุ่นอยู่เสมอ และยังมีหน้าที่ในการสมานผิว ลดเลือนริ้วรอย

 

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือเพิ่มความยืดหยุ่นและช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิวหนัง สารอาหารต่าง ๆ มากมายที่อยู่ในอะเซโรล่า เชอร์รี่จะสามารถช่วยทำให้ผิวหนังของเราอิ่มน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ได้ ไม่ว่าผิวของเราจะเป็นแบบใดก็ตาม อีกทั้งยังช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารได้ น้ำที่ได้จากอะเซโรล่า เชอร์รี่สามารถนำมาใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากได้อีกด้วย

 

ประโยชน์ของ อะเซโรล่า เชอร์รี่

 

การรับประทานอะเซโรล่า เชอร์รี่เป็นประจำ จะสังเกตเห็นว่าผิวของคุณจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้น และมีโทนสีผิวดีขึ้นโดยที่โทนสีผิวไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมและรอยตำหนิขึ้นมาเป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นตามธรรมชาติและช่วยทำให้ผิวพรรณของเราได้รับการปกป้องจากตัวทำให้เกิดความตึงเครียด หรือจากสารเคมีอย่างควันบุหรี่ มลพิษ และสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

 

อะเซโรล่า เชอร์รี่จะช่วยเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลเป็น หรือแม้กระทั่งรอยแตกลายได้ดี และยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม เนื่องจากวิตามินซีที่มีอยู่มากในอะเซโรล่า เชอร์รี่ ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวพรรณของเราจากการถูกทำลายได้ เนื่องจากอนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรถ้าขาดไปจะทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและถูกทำลายในที่สุด อีกทั้ง อนุมูลอิสระยังสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคได้

 

อะเซโรล่า เชอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 และบี 5 ซึ่งทั้งหมดช่วยทำให้ผิวสวยงามและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น วิตามินเอจะช่วยให้ผิวหนังสามารถต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่ทำให้เกิดผิวเสียได้ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายจากการที่ผิวหนังถูกทำร้าย ส่วนวิตามิน บี 5 ใน อะเซโรล่า เชอร์รี่ยังช่วยในการลดระดับคอสเลสเตอรอล ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจได้

 

ประโยชน์ต่อผิวหนังอีกอย่างหนึ่งของอะเซโรล่า เชอร์รี่ คือ ปกป้องเราจากรังสียูวี โดยวิตามินเอในอะเซโรล่า เชอร์รี่จะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากรังสีดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อผิวได้ เพราะถ้าเราสัมผัสกับรังสียูวีมากจนเกินไปจะทำให้ผิวเสีย ซึ่งจะนำไปสู่การแป็นมะเร็งผิวหนังได้

 

อะเซโรล่า เชอร์รี่ยังสามารถช่วยลดการเกิดโรคเบาหวานได้ เพราะสามารถชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตและการดูดซึมกลูโคส ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความคงที่มากขึ้นด้วย


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , ,

วิธีเลือกอาหารเสริมและวิตามินให้เกิดประโยชน์

วิธีเลือกอาหารเสริมและวิตามินให้เกิดประโยชน์

ในทุกวันนี้ที่เทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรงนั้น เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจเรื่องสุขภาพและดูแลตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้วนั้น การทานวิตามิน หรืออาหารเสริม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยดูแลสุขภาพของผู้คน

โดยเฉพาะคนวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว ที่ไม่ค่อยมีเวลาในการออกกำลังกายหรือหาอาหารที่มีประโยชน์รับประทานบ่อยนัก แต่วิตามินและอาหารเสริมนั้นก็ไม่ได้สามารถทานได้ตามที่ใจต้องการ เพราะถึงยังไงเรื่องสุขภาพของเรานั้นจะต้องมาก่อน ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะแนะนำการเลือกวิตามินและอาหารเสริม ว่าเลือกอย่างไหร่ถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกายตามความต้องการจริง ๆ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ความจำเป็นต่อร่างกาย

ร่างกายของคนเรานั้นต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันไปตามสภาพ เช่น หนุ่มสาววัยรุ่นที่เพิ่งอายุ 20 อาจจะยังไม่มีปัญหาเรื่องกระดูกพรุน ก็อาจไม่ต้องทานแคลเซียมเสริมเข้าไป หรือคนคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องผิวหนัง ก็อาจไม่ต้องทานวิตามินเอเสริม

เพราะถ้าหากทานมากเกินไป วิตามินเอจะไปสะสมจนเป็นโทษต่อร่างกายได้ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมสักกระปุก ลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าจำเป็นต่อร่างกายหรือไม่ จะได้ไม่เสียดายเงิน

ส่วนประกอบและปริมาณที่เหมาะสม

ฉลากของผลิตภัณฑ์วิตามินและอาหารเสริมนั้นจะมีระบุไว้เสมอว่า ประกอบด้วยสารอาหารอะไรบ้าง และมีปริมาณเท่าไหร่ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งผู้บริโภคอย่างเรานั้นจะต้องดูแล้วนำมาเปรียบเทียบว่าปริมาณที่เราทานเข้าไปคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ RDA หรือปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน และดูว่าเมื่อทานวิตามินหรืออาหารเสริมเข้าไปแล้วนั้นถึงปริมารที่เพียงพอในแต่ละวัน

ผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง

วิตามินหรืออาหารเสริมที่เรารับประทานเข้าไปนั้น เราจะต้องแน่ใจก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นมี อย. อย่างถูกต้อง ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา นอกจากนี้มาตรฐาน GMP หรือ Good Manufacturing Practice ก็มีความสำคัญ เพราะจะบ่งบอกถึงมาตรฐานในอุตสาหกรรมการผลิตยาและเครื่องสำอาง

คุณสมบัติเป็นอย่างไร

วิตามินและอาหารเสริมนั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ด แคปซูล น้ำ ปละรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งคุณสมบัติในการดูดซึมนั้นก็จะแตกต่างกันไป เช่น ธาตุเหล็กที่อยู่ในรูปของเหลวจะดูดซึมได้ดีกว่าแบบเม็ด แต่การทานนั้นก็จะยุ่งยากกว่าเป็นต้น

ดูวิธีการทาน

เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุดนั้น วิธีกาทานที่ถูกต้องก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นก่อนซื้อจึงต้องอ่านฉลากให้ดีกว่าควรทานเวลาไหน ทานพร้อมกับอาหารได้หรือไม่ ต้องทานวันละกี่เม็ด และถ้าเรานั้นซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมหลายตัวมาทานร่วมกัน ต้องอย่าลืมว่าสารอาหารแต่ละตัวอาจจะออกฤทธิ์ส่งเสริมหรือหักล้างกันด้วย

อย่าตามกระแสหรือเห็นแก่ของถูก

โฆษณาหรือโปรโมชั่นนั้นอาจจะล่อตาล่อใจให้หลายคนอยากซื้อ รวมไปถึงกระแสที่กำลังมาแรงอีก แต่เราจะต้องใจเย็น เราควรที่จะพิจารณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน ศึกษาในหลาย ๆ ด้าน เพราะบางครั้งของถูกก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป

ผลิตจากโรงงานที่ได้คุณภาพ

ในฉลากผลิตภัณฑ์นั้นจะมีชื่อโรงงานผลิตอาหารเสริมหรือวิตามินตัวนี้อยู่ เราสามารถนำชื่อโรงงานนั้นไปเช็คได้ว่า เป็นโรงงานที่ได้มาตรฐานหรือได้รับรองคุณภาพอะไรบ้าง เพราะวิตามินหรืออาหารเสริมที่ดีนั้น ก็จะมาจากโรงงานอาหารเสริมที่ดีนั่นเอง


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , ,

การทำงานของคอลลาเจนเปปไทด์

การทำงานของคอลลาเจนเปปไทด์

คอลลาเจน เป็นอาหารเสริมที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะคอลลาเจนเปปไทด์ที่มีวางขายกันอย่างแพร่หลายในท้องตลาด ทำให้ผู้บริโภคหลายคนแต่พากันหาซื้อมารับประทาน เพื่อให้ร่างกายมีปริมาณคอลลาเจนที่เพียงพอ

แต่ก็มีผู้บริโภคหลายคนอาจจะมีข้อสงสัยหรือคิดว่าเมื่อทานคอลลาเจนเปปไทด์เข้าไปนั้น มันจะเข้าไปทำงานอย่างไรในร่างกายของเรา วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน

คอลลาเจนเปปไทด์คืออะไร

คอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptide) คือคอลลาเจนที่ได้ผ่านการย่อยด้วยกรดจนได้คอลลาเจนที่มีอนุภาคเล็กที่สุด ซึ่งถ้าหากเป็นสารอาหารที่มีอนุภาคขนาดใหญ่ ก็จะทำให้ร่างกายนั้นไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้ทั้งหมด ดังนั้นคอลลาเจนที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการการย่อยด้วยกรดนั้น จะทำให้มีอนุภาคที่ใหญ่ ส่งผลให้ร่างกายนั้นไม่สามารถดูดซึมเอาไปใช้ได้ในปริมาณที่ต้องการ

ดังนั้นคอลลาเจนเปปไทด์จะมีอนุภาคเล็กกว่าคอลลาเจนธรรมดา ร่างกายจึงสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคอลลาเจนเปปไทด์ที่ถูกสกัดมาจากวัว หมูและปลาทะเลน้ำลึกนั้น เรียกได้ว่าเป็นคอลลาเจนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

คอลลาเจนเปปไทด์มีการทำงานอย่างไร

เมื่อร่างกายของเราได้รับคอลลาเจนเปปไทด์เข้าไปแล้วนั้น คอลลาเจนเปปไทด์จะถูกย่อยในลำไส้เล็กจนเกิดเป็นไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์หรือกรดอะมิโน ซึ่งจะทำให้เปปไทด์นั้นดูดซึมผ่านบุบลำไส้ได้ง่าย และเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นจะกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะผิวหนังชั้นใน ข้อต่อกระดูก และกล้ามเนื้อ

ประโยชน์ของคอลลาเจนเปปไทด์

  • ประโยชน์สำหรับผิวพรรณ คอลลาเจนเปปไทด์จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ ช่วยให้ผิวพรรณกระชับ เปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม ดูอ่อนกว่าวัย ช่วยลดฝ้า กระให้จางลง ปกป้องรังสียูวีจากแสงแดดที่ทำร้ายผิว
  • ประโยชน์สำหรับผมและเล็บ คอลลาเจนเปปไทด์ จะเข้าไปบำรุงสุขภาพผม เล็บ และสายตา โดยเพิ่มความแข็งแรงให้เล็บที่ผิดปกติ เพิ่มความหนาของเส้นผม ลดการหลุดร่วง และเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผม
  • ประโยชน์สำหรับกระดูก คอลลาเจนเปปไทด์จะเข้าไปเสริมสร้างคอลลาเจนบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ทำให้ลดการเสียดสีของกระดูก ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้

การรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์บริสุทธิ์

เนื่องจากคอลลาเจนสามารถซึมผ่านผิวหนังไปได้แค่ผิวหนังกำพร้า จึงไม่สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้ ส่วนการฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยได้เฉพาะที่เท่านั้น ดังนั้นวิธีเสริมคอลลาเจนให้ร่างกายและผิวหนังได้ประสิทธิภาพดีที่สุดนั้นก็คือการรับประทานคอลลาเจนบริสุทธิ์เท่านั้น

การรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์บริสุทธิ์ที่สกัดปลาทะเลธรรมชาติเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความแห้งกระด้าง ช่วยรักษาผิวพรรณให้มีความชุ่มชื้น นุ่มนวลเรียบเนียน คงความยืดหยุ่นของผิวไว้ให้แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , ,

Acerola Cherry เหมาะกับใครบ้าง

Acerola Cherry เหมาะกับใครบ้าง

อะเซโรล่าเชอร์รี่ (Acerola Cherry) เป็นผลไม้ที่มีสีแดงสด มีรสชชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นผลไม้ที่มีผิวบางและช้ำได้ง่ายมาก ที่สำคัญเมื่อทำการเก็บเกี่ยวแล้ว จะต้องเก็บไวในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส การดูแลรักษาค่อนข้างยาก

แต่เพราะผลที่ได้นั้นกลับมากมาย เพราะในอะเซโรล่าเชอร์รี่นั้นมีวิตามินซีที่สูงกวาส้มถึง 3 เท่า ด้วยเหตุนี้ทำให้อะเซโรล่าเชอร์รี่จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบอาหารเสริมหรือวิตามิเสริมต่าง ๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทานอะเซโรล่า เชอร์รี่ได้ ดังนั้นวันนี้เราจะไปดูกันว่าใครบ้างที่เหมาะกับ อะเซโรล่า เชอร์รี่ตัวนี้

Acerola Cherry เหมาะกับใครบ้าง

ผู้ที่อยากมีผิวพรรณสวยงาม

อะเซโรล่าเชอร์รี่นั้นเหมาะกับผู้ที่อยากมีผิวพรรณสวยงามไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน จนไปถึงผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้ผิวดูก่อนวัย ซึ่งอะเซโรล่านั้นจะช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้มีความสดชื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาทางผิวหนังเช่น จุดด่างดำ ฝ้า กระ และริ้วรอย

ผู้ที่ต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรง

เพราะอะเซโรล่าเชอร์รี่มีวิตามินซีที่สูงกว่าส้มถึง 3 เท่า ซึ่งสามารถครอบคลุมได้ตั้งแต่ช่วยป้องการการเป็นหวัด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้เซลล์มีความเสื่อมช้าลง พร้อมกับซ่อมแซมคอลลาเจนในผิวหนัง

ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ

หรือเรียกอีกอย่างว่าสภาวะโรคเบาหวาน โดยอะเซโรล่าเชอร์รี่นั้นมีคุณสมบติในการช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรตให้ลดน้อยลง และทำให้สามารถดูดซึมน้ำตาลกลูโคสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันโรค

อะเซโรล่าเชอร์รี่จะช่วยให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดขาวได้อยางมีประสิทธิภาพ โดยหน้าที่สำคัญของเม็ดเลือดขาวคือการดักจับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

ผู้ที่มีความเสี่ยงป็นโรคผิวหนัง

อะเซโรล่าเชอร์นั้นสามารถทำหน้าที่เทียบเคียงได้กับกระบวนการสร้างแอนติบอดี้ที่ร่างกายสร้างขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถต่อต้านเชื้อราได้ดี

อะเซโรล่าเชอร์ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ถึงแม้ว่าอะเซโรล่าเชอร์รี่นั้นจะมีประโยชน์มากมาย สามารถช่วยในเรื่องต่าง ๆ ได้สามารถรับประทานไปหลายบุคคล แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน เนื่องจากอะเซโรล่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีที่สูงมาก ซึ่งวิตามินซีนั้นอาจจะไปทำปฏิกิริยากับยาในกลุ่มที่ควบคุมการแข็งตัวของเลือดและอาจจะไปลดประสิทธิภาพของยาลดได้

นอกเหนือจากนั้นวิตามินที่สูงของอะเซโรล่าเชอร์รี่อาจมีผลต่อการทำงานของไต ซึ่งถ้าหากเป็นผู้ป่วยโรคไตที่ต้องการทานอะเซโรล่าเชอร์รี่ ควรอยู่ในการควบคุมหรือทำตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , ,

รูปแบบวิตามินซีเสริมแต่ละอย่างเหมาะกับใคร

รูปแบบวิตามินซีเสริมแต่ละอย่างเหมาะกับใคร

ถ้าให้พูดถึงวิตามินซีเสริม หลายคนก็นึกถึงประโยชน์ของวิตามินซีอย่างมากมาย โดยเฉพาะการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันหวัด และประโยชน์ที่สำคัญก็คือมีสรรพคุณเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าและผิวพรรณ แต่ใช่ว่าทุกคนที่มีปัญหาแล้วจะทานวิตามินซีนั้น จะทานในปริมาณเดียวกัน หรือรูปแบบเดียวกันหมด เพราะวิตามินซีนั้นมีหลายรูปแบบ

ดังนั้นในวันนี้เราจะไปดูรูปแบบของวิตามินเสริมกันว่ามีรูปแบบอะไรบ้าง และแต่ละรูปแบบนั้นเหมาะกับใคร วันนี้เราจะพาไปดูกัน

แบบอัดเม็ด

วิตามินซีแบบอัดเม็ดนั้น เป็นวิตามินซีเสริมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมากที่สุด วิตามินซีชนิดนี้มีขนาดตั้งแต่ 30 -1,000 มิลลิกรัมต่อเม็ด แต่ขนาดโดยทั่วไปที่นิยมทานกันจะอยู่ที่ 500 มิลลิกรัมขึ้นไป ซึ่งมีหลายชนิดให้เลือก ถ้าหากเลือกทานจริง ๆ ควรเลือกแบบ Slow release, Buffered และ Sustained release เพราะจะทำให้วิตามินซีออกฤทธิ์ได้นานขึ้น และมีความเป็นกรดต่ำ ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

แบบผงชงดื่ม

สำหรับวิตามินซีแบบผงชงดื่มนั้นเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานอาหารเสริมแบบเม็ด เพราะวิธีการทานก็แค่ผสมน้ำและดื่มเหมือนน้ำผลไม้ นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้วยังมีประสิทธิภาพในการดูดซึมค่อนข้างดีกว่าวิตามินซีชนิดอื่น ๆ

แบบเม็ดฟู่

วิตามินซีชนิดนี้มักได้รับความนิยมในหมู่ผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ วิตามินซีแบบเม็ดฟู่มีหลายขนาดตั้งแต่ 500 – 1,000 มก. มีความคล้ายคลึงกับวิตามินซีแบบผงที่ต้องละลายน้ำก่อนดื่ม และเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานอาหารเสริมแบบเม็ด แต่การทานวิตามินซีชนิดฟองฟู่ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องรอให้เม็ดวิตามินซีละลายน้ำจนฟองหมด ไม่งั้นอาจทำให้เกิดแก๊สและแน่นท้องได้

แบบเยลลี่หรือกัมมี่

วิตามินซีแบบเยลลี่หรือกัมมี่ สามารถเคี้ยว ๆ หนุบ ๆ ได้ ซึ่งบางยี่ห้อสามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะวิตามินซีแบบเยลลี่นั้นทานง่ายและพกพาสะดวก โดยวิตามินซีในเยลลี่ส่วนใหญ่จะมีไม่เกิน 30 มิลลิกรัมต่อเม็ด เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายของเด็กได้รับวิตามินมากเกินความจำเป็น วิตามินซีชนิดนี้อาจจะไม่เหมาะแก่การทานเพื่อให้ผิวกระจ่างใสเท่าไหร่ แต่ถ้าทานเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดวิตามินซีล่ะก็เหมาะมาก

ข้อระวังในการทานวิตามินซีแบบเยลลี่ : บางยี่ห้อมีส่วนผสมจากน้ำตาลค่อนข้างเยอะ ควรดูปริมาณน้ำตาลให้ดีก่อนให้เด็กรับประทาน

ประโยชน์ของวิตามินซี

  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และลดการเกิดริ้วรอย
  • จะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด
  • ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

แหล่งที่มา : https://www.akerufeed.com

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , ,

จะทานวิตามินซีเสริม ต้องรู้อะไรบ้าง

จะทานวิตามินซีเสริม ต้องรู้อะไรบ้าง

วิตามินซี เป็นอาหารเสริมอย่างหนึ่งที่มาช่วยทดแทนวิตามินซีในร่างกาย เมื่อเราทานวิตามินซีไม่เพียงพอ ซึ่งวิตามินซีเสริมนั้นมีประโยชน์มากมายหลายด้าน ตั้งแต่ช่วยต้านทานหวัด ช่วยให้ผิวพรรณสวยกระจ่างใส จนไปถึงช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้

แต่รู้กันหรือไม่ว่าวิตามินซีที่คิดว่าเหมาะสำหรับทุกคนนั้น อาจจะไม่เหมาะสำหรับทุกคนก็ได้ การทานวิตามินเสริมให้ถูกต้องและการศึกษาก่อนรับประทานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเราจะมาพูดถึงเรื่องที่ต้องรู้ก่อนทานวิตามินเสริมกัน

ทานวิตามินซีมากเกินไปอาจทำให้ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน

สำหรับการเสริมวิตามินซีที่เข้าไปร่างกายของมนุษย์นั้นอาจจะไม่มีอันตรายต่อร่างกายมากนัก เพราะร่างกายของเรานั้นสามารถขับวิตามินซีส่วนเกินออกไปทางปัสสาวะ แต่ถ้าหากทานให้ปริมาณที่มากเกินวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ท้องเสีย ท้องอืด ปวดท้องเป็นต้น

ทานมากเกินไปอาจจะเกิดนิ่วที่ไต

มีการศึกษาพบว่า การทานวิตามินซีเสริมมากกว่าวันละ 1,000 มิลลิกรัม เสี่ยงเกิดนิ่วในไต เนื่องจากมีการขับวิตามินออกทางปัสสาวะ ทำให้มีสารออกซาเลตมากกว่าปกติ ทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นก้อนนิ่ว ยิ่งถ้าเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อยจะยิ่งส่งผลให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

อันตรายกับผู้ป่วยทาลัสซีเมีย

ผู้ป่วยที่เป็นโรคทาลัสซีเมีย หรือผู้ที่มีภาวะเหล็กเกินควรระวังในการรับประทานวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีส่งผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น ถ้าทานวิตามินซีในปริมาณสูง ทำให้ในเลือดของผู้ป่วยนั้นได้รับธาตุเหล็กสูงกว่าปริมาณปกติที่ร่างกายสามารถรับได้ เมื่อสะสมนานวันขึ้นนั้นจะส่งผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ หัวใจ ไต ระบบต่อไร้ท่อ และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่นหัวใจวาย  หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตับเป็นพังผืด ตับวาย และอาจเสียชีวิตได้

หยุดทานกระทันหัน อาจทำให้มีอาการเลือดออกตามไรฟัน

หากทานวิตามินซีเสริมในปริมาณสูงเป็นประจำนั้น เมื่อหยุดทานแบบกระทันหันอาจจะเสี่ยงเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยพบในเด็กแรกเกิดที่แม่ทานวิตามินซีเสริมในปริมาณที่สูงขณะตั้งครรภ์ หรือพบในผู้ที่ทานวิตามินซีมากเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม

ผู้ป่วยโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทาน

ด้วยสภาวะของโรคไตนั้น ทำให้ไตนั้นไม่สามารถขับของเสีย น้ำหรือวิตามินส่วนเกินออกจากร่างกายได้ตามปกติ การสะสมของวิตามินรวมถึงแร่ธาตุและสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย อาจจะทำให้อาการของผู้ป่วยนั้นทรุดลง และเกิดโรคแทรกซ้อนตามาม ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคไตนั้นอยากทานวิตามินซีเสริมควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ทานวิตามินซีเสริมให้ได้ผลดี

  • ทานวิตามินซีพร้อมอาหารหรือหลังอาหารจะดีที่สุด เพราะร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และทำให้สารอาหารต่าง ๆ ดูดซึมไปพร้อมกันด้วย
  • ไม่ควรทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เพราะมีฤทธิ์เป็นกรด อาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
  • ทานวิตามินในช่วงเช้า ตอนประมาณ 9 – 10 ชั่วโมงจะเป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี
  • ไม่ควรทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายทำงานหนักในการดูดซึมวิตามินซี
  • ถ้าอยากให้ผิวขาวใส ดูอ่อนวัย แนะนำให้ทานวิตาซีควบคู่ไปกับคอลลาเจน เพราะวิตามินซีจะช่วยดูดซึมคอลลาเจนได้ดี

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , ,

ผู้หญิงชอบทานอาหารเสริมอะไรบ้าง

ผู้หญิงชอบทานอาหารเสริมอะไรบ้าง

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงแล้วนั้น เรื่องความสวยความงามนั้นมักจะเป็นของคู่กัน เพราะความสวยทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตได้มากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ขายกันอยู่มากมายตามท้องตลาดหรือตลาดออนไลน์ ไม่พ้นเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิงทั้งนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าผู้หญิงส่วนใหญ่เขาเป็นกังวลเรื่องใดและชอบทานอาหารเสริมอะไรกันบ้าง

อยากสวยและสุขภาพดี

นอกเหนือบำรุงร่างกายด้วยการทานอาหารตามหลักโภชนาการแล้ว การทานอาหารเสริมด้วยสารอาหารที่จำเป็นให้ครบ โดยสารอาหารบางชนิดต้องกินเพิ่มเข้าไป เช่น วิตามินบีรวม ไฟเบอร์ โปรตีน น้ำมันปลา แมกนีเซียม แคลเซียม ก็ช่วยดูแลสุขภาพเราได้ด้วยเพราะสารอาหารแต่ละชนิดต่างมีความจำเป็นต่อร่างกายเพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้

อ้วนเกินก็ไม่ได้ ผอมไปก็ไม่ดี

ไม่ว่าจะน้ำหนักส่วนเกิน หรือน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน ก็มักจะเป็นปัญหาของผู้หญิงทั้งนั้น ผู้หญิงอยากผอมก็จริงแต่ไม่ได้อยากผอมเหมือนไม้เสียบลูกชิ้น ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงหันมาพึ่งอาหารเสริมกันมากเพราะลำพังแค่ห้ามปากตัวเองไม่ให้ทานนั่นนี่ยังยากเหลือเกิน อาหารเสริมจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นได้ครบ โดยช่วยควบคุมน้ำหนักและกระตุ้นระบบเผาผลาญ

สิวบนใบหน้า ปัญหาระดับชาติ

นอกจากจะหุ่นเป๊ะแล้ว หน้า ก็ยังเป็นอีกส่วนที่ผู้หญิงให้ความสำคัญ เพราะหน้าคือสิ่งที่คนอื่นจะมองเป็นอย่างแรก แต่เจ้าสิวตัวปัญหานี่สิ ขึ้นไปยอมหยุดสักทีทำเอาสาว ๆ หลายคนกลุ้มใจกับสิวตัวปัญหาที่ขึ้นบนใบหน้า ซึ่งถ้าอยากหน้าสวยไร้สิวเนี่ย สาว ๆ ต้องดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ น้ำดื่มสะอาดให้มาก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหารที่กระตุ้นให้เกิดไขมันอุดตันและหลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้เกิดสิว เช่น การใช้เครื่องสำอางอาจเกิดการแพ้เป็นสิวได้ ดูแลเรื่องความสะอาด เมื่อเกิดสิวอย่ากดอย่าบีบ ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางและหาข้อมูลอาหารเสริมที่ช่วยลดและป้องกันการเกิดสิวได้

อยากผิวขาว หน้าใส มีออร่า ดุจนางฟ้าบนดิน

หุ่นก็เป๊ะ หน้าก็สวยแล้ว ผิวที่ขาวใส เปล่งประกาย มีออร่าก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาว ๆ ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย จึงอยากบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส ลดริ้วรอยความหมองคล้ำจากแผลเป็นจากสิว ฝ้า กระ ให้จางลง หรือลดปัญหาผิวพรรณหยาบกร้าน จึงมักจะใช้บริการอาหารเสริมประเภทที่มีคอลลาเจน โคเอ็นไซม์คิวเทน กลูต้าไธโอน หรือพวกสารสกัดจากพืช เพื่อให้มีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

ปัญหาหน้าอกที่ทำให้หนักใจ

เรื่องขนาดหน้าอกที่ทำให้สาว ๆ หนักใจเพราะสาว ๆ ที่อยากมีขนาดใหญ่ทันใจอย่างปลอดภัยก็ต้องหาเสื้อชั้นในแบบมีฟองน้ำหรือใช้ซิลิโคนเสริมตามขนาดที่ต้องการได้ แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ของจริงอยู่ดีใช่ไหมละ หากต้องการผลระยะยาวก็ต้องออกกำลังกายโดยเน้นบริหารหน้าอกโดยเฉพาะ หากต้องพึ่งอาหารเสริมละก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ

ระบบภายในเพศหญิง

คุณผู้หญิงที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ต้องทานอาหารเสริมที่ปรับฮอร์โมน ช่วยบรรเทาและรักษาอาการปวดท้องระหว่างมีประจำเดือนได้ จะส่งผลถึงผิวให้สวยสุขภาพดีขึ้นด้วยนะ แต่สำหรับคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ก็จะเน้นอาหารเสริมบำรุงทารกน้อย หลังคลอดจะเสริมอาหารที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน เกี่ยวกับการปรับระบบมดลูกให้คืนสู่สภาพปกติและแข็งแรงเร็วขึ้น

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใดก็ตาม พึงระวังโทษภัยและผลข้างเคียงกันด้วย ควรศึกษาทำความเข้าใจกันสักนิด เพราะอาหารเสริมแต่ละชนิดไม่ได้เหมาะกับทุกคน ควรเลือกที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้อย.และควรบริโภคให้เหมาะสม จึงจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , ,

ความสำคัญของอาหารเสริม

ความสำคัญของอาหารเสริม

ในปัจจุบันนั้น นอกเหนือจากการทานอาหารให้ 5 หมู่แล้ว ร่างกายจำเป้นจะต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระประเภทต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างการเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ของร่างกายได้แก่ การเผาผลาญเพื่อให้เกิดพลังงาน การเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ การสร้างภูมิต้านทาน และสารต้านการอักเสบเป็นต้น

ทั้งนี้ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินบางชนิดเองได้ จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินชนิดนั้น ๆ เข้าไป ทั้งต้องรับประทานในปริมาณมากเพื่อให้ได้ปริมาณตามที่ร่างกายต้องการ เช่น แอสตาแซนทีน (Astaxanthin) ซึ่งเป็นสารแคโรทีนอยด์ที่พบได้ในธรรมชาติ เช่น เนื้อปลาแซลมอน ขนาด 200 กรัม มีแอสตาแซนทีนอยู่เพียง 1 มิลลิกรัมเท่านั้น

เมื่อเราอายุมากขึ้นจะมีประสิทธิภาพของการย่อยและดูดซึมอาหารลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในการรับสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินต่าง ๆ ลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นการทานอาหารเสริม หรือวิตามินเสริมเพื่อเพิ่มสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย จึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะพาไปดูความสำคัญของอาหารเสริมกัน

อาหารเสริมช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและอ่อนเยาว์ได้จริงหรือไม่

หลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัย คือ การดำเนินชีวิตอย่างสมดุลในทุก ๆ ด้าน ด้วยการแพทย์แบบผสมผสาน (Integrative medicine) ทั้งากรรักษารูปร่างและน้ำหนักตัวให้เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดำเนินชีวิตตามหลักของการมีสุขภาพดี ทั้งร่างกายและจิตใจ

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการทำงานได้ลดลงส่งผลให้มีความสามารถในการรับสารอาหารที่จำเป็นลดลง และมีการสะสมของสารพิษ ของเสีย และโลหะหนักในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเรามีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำให้เกิดภาวะชราภาพและโรคต่าง ๆ ตามมา

หากเราต้องการให้เซลล์และอวัยวะในร่างกายเสื่อมช้าลง เช่น มีริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลง จำเป็นต้องได้รับวิตามินซีเพื่อเสริมการสร้างคอลลาเจน นอกจากนั้นอาจใช้เทคโนโลยีการแพทย์ประเภท ได้แก่ เลเซอร์สำหรับยกกระชับ ปรับสภาพรูขุมขน การนวดกระตุ้นระบบไหลเวียนน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า ลำคอ และทั่วร่างกาย เพื่อเสริมสร้างการชะลอวัยทั้งระบบ

อาหารเสริมที่รวมสารอาหารไว้ในเม็ดเดียว ดีกว่าอาหารเสริมที่แยกสารอาหารเม็ดละชนิดหรือไม่

การใช้วิตามินเพื่อบำบัดโรค (Nutraceutical) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอล เป็นต้น แต่ละบุคคลจะได้รับวิตามินในปริมาณที่ต่างกัน และมีแนวโน้มในการรับประทานยาที่เพิ่มากขึ้นตามความรุนแรงของอาการที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้รวมวิตามินหลายๆ ชนิดให้อยู่ในเม็ดหรือแคปซูลเดียวกัน (Compounding nutriceutical) ที่มีปริมาณตามที่ร่างกายต้องการ เพื่อลดปริมาณในการรับประทานยา ซึ่งมีประโยชน์ในการดูดซึมของร่างกาย ทั้งยังสะดวกกว่าการรับประทานอาหารเสริมชนิดเดียวหลาย ๆ เม็ด

วิธีเลือกซื้อและรับประทานอาหารเสริม

เมื่อร่างกายมีอายุมากขึ้น ร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมอาหารลดลง โดยการรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายที่สึกหรอได้ การเลือกซื้อหรือเลือกรับประทานอาหารเสริมควรเลือกตามความต้องการของร่างกาย ซึ่งควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยภาะวะของร่างกายและความจำเป็นในการรับวิตามินชนิดต่าง ๆ ควรเลือกซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมจากแหล่งขายที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ควรรับประทานวิตามินและอาหารเสริมอย่างมีสติ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดต่อร่างกายในอนาคต

แหล่งที่มา : http://panacee.com


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , ,
คอลลาเจนผง

คอลลาเจนบำรุงข้อเข่าเสื่อม

คอลลาเจนบำรุงข้อเข่าเสื่อม

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็จะเริ่มมีปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่เริ่มเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ริ้วรอยต่าง ๆ ผิวที่ดูแห้งกร้าน รวมไปถึงบริเวณกระดูกข้อเข่าที่เสื่อมลง มีอาการเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ อาการเหล่านี้เกิดจากการขาดคอลลาเจน เพราะปกติคนเราจะมีคอลลาเจนอยู่ในร่างกายจำนวนมาก แต่เมื่ออายุเรามากขึ้นคอลลาเจนในร่างกายจะลดลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเราจึงจะต้องเติมคอลลาเจนในร่างกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ

คอลลาเจนผง

คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นตามบริเวณข้อต่อ กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน เซลล์ต่าง ๆ หลอดเลือด หรือแม้แต่ในเนื้อเยื่อในอวัยวะ โดยคอลลาเจนจะทำหน้าที่ในการประสานเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของผิวหนังเข้าด้วยกัน ซึ่งเมื่ออายุของคนเรามากขึ้นคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มมีการผลิตคอลลาเจนในร่างกายลดลงไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดปัญหาตามผิวพรรณอย่าง ริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำที่ลดเลือนช้า ผิวหนังที่หย่อนคล้อย เป็นต้น

โดยคอลลาเจนชนิดที่พบได้ในกระดูกอ่อนและหมอนรองกระดูกสันหลังนั้น เป็นชนิดที่เรียกว่าคอลลาเจน Type II โดยทำหน้าที่หน้าที่รองรับน้ำหนัก ลดแรงกระแทก รวมไปถึงความแข็งแรงในขณะที่มีการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เมื่อคอลลาเจนเริ่มมีการเสื่อมลงตามวัย และประกอบกับพฤติกรรมที่ทำร้ายข้อต่อต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหากับกระดูกอ่อนได้แก่ โรคข้อเสื่อมเป็นต้น

โรคข้อเสื่อมมีอาการอย่างไร

อาการของโรคข้อเสื่อม โดยในระยะแรกจะมีอาการเจ็บเสียวที่เข่าเวลาเดินขึ้นลงบันได ข้อจะยืดหรือข้อติดเวลานั่งนาน ๆ มีอาการติดขัดเวลาขยับมีเสียงดังกรอบแกรบในข้อและอาการติดขัดจะมาขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น จากนั้นอาการปวดจะตามมา โดยเริ่มจากปวดน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ

เสริมสร้างคอลลาเจนรักษาโรคข้อเสื่อม

การทานอาหาที่มีคอลลาเจน หรืออาหารเสริมคอลลาเจนเข้าไปเสริมสร้างคอลลาเจน หรือเสริมสร้างกระดูกอ่อน ก็จะช่วยให้อาการของข้อเสื่อมนั้นดีขึ้นได้ และยังสามารถป้องกันการเสื่อมของข้อได้ด้วย โดยคอลลาเจนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ โดยจะไปกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้นได้ ช่วยลดอาการอักเสบของข้อได้ ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายทำได้ดีขึ้น ช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น และช่วยเพิ่มกรดไฮยาลูโรนิคซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ ทำให้ป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเสื่อมได้

คอลลาเจนนั้นเหมาะสำหรับใครบ้าง

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มมวลกระดูก
  • ผู้ที่มีผิวหนังแห้ง เหี่ยว ย่น มีริ้วรอย
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องผม เล็บเปราะบาง
  • นักกีฬาหรือนักวิ่งที่ต้องใช้กล้ามเนื้อแขนขาอย่างหนัก
  • ผู้ที่ต้องออกแดดหรือสัมผัสแดดบ่อย
  • ผู้ที่ขาดโปรตีน
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ

ซึ่งสำหรับผู้ที่มีอาการเริ่มปวด แต่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อยู่นั้น มีทางป้องกันและรักษาภาวะโรคข้อเสื่อมได้ คือการออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัยและน้ำหนักตัว พยายามเลี่ยงอิริยาบถที่ต้องงอเข่ามาก ๆ และต้องทานอาหารที่มีคอลลาเจน หรือทานอาหารเสริมคอลลาเจนเพียงให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนอย่างเพียงพอ


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ความแตกต่างของคอลลาเจนผงพาวเดอร์กับแกรนูล

ความแตกต่างของคอลลาเจนผงพาวเดอร์กับแกรนูล

คอลลาเจนผง เป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ที่ถึงแม้ว่าคอลลาเจนเสริมจะมีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ รูปแบบผง เพราะสามารถรับประทานได้ง่าย พกพาสะดวก ทานได้ทุกที่ทุกเวลา แต่มีเรื่องเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ผู้บริโภคหลายคนไม่รู้ เพราะเมื่อเวลาซื้อมักจะดูว่าเป็นคอลลาเจนไทป์อะไรเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วคอลลาเจนผงมี 2 ชนิด คือ พาวเดอร์และแกรนูล แล้วทั้ง 2 ชนิดนั้นต่างกันอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

คอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนสายาวชนิดหนึ่งซึ่งเป็นโปรตีนธรรมชาติที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง โดยทำหน้าที่ยึดเกาะเซลล์ผิวหนัง เอ็น ข้อต่อ พังผืดและกล้ามเนื้อตลอดจนผนังหลอดเลือดให้ติดแน่นสนิท มีผลให้ผิวหนังแลดูเต่งตึง เพราะคอลลาเจนทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ในร่างกายเข้าด้วยกัน โดยเซลล์ผิวหนังในร่างกายจะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบถึง 75% ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ผิวดูชุ่มชื้น นุ่มนวล เต่งตึง กระชับ ไม่เหี่ยวย่น ไม่มีริ้วรอยและรอยตีนกา อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเรียบตึง

แต่เมื่อคนเราเริ่มมีอายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนในร่างกายก็จะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยอื่น ๆ ก็สามารถทำให้ร่างกายสูญเสียคอลลาเจนในร่างกายได้เช่นกัน อาทิ แสงแดด การพักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนเป็นตัวการสำคัญในการทำลายคอลลาเจน ส่งผลให้ร่างกายเกิดริ้วรอยต่าง ๆ ขึ้นบนใบห้า ผิวพรรณเริ่มหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง กระชับเหมือนตอนวัยรุ่น ทำให้ผู้คนเมื่อมีอายุมากขึ้น จึงต้องซื้อคอลลาเจนเสริมมารับประทาน เพื่อให้ผิวพรรณกลับมาดูชุ่มชื้น นุ่มนวล เต่งตึง กระชับ ไม่เหี่ยวย่น ไม่มีริ้วรอยและรอยตีนกา

คอลลาเจนชนิดพาวเดอร์

คอลลาเจนเปปไทด์แบบพาวเดอร์นั้น ผงจะละเอียด คล้ายผงนมเด็ก ผงแป้งสาลี เป็นต้นกระบวนการแรก ๆ ของการผลิตคอลลาเจน ส่วนใหญ่มักจะนิยมนำมาทำคอลลาเจนแบบผสม เช่นคอลลาเจนผสมกลิ่นสตรอเบอร์รี่ ทานแล้วได้ผลแต่ไม่เท่าชนิดแกรนูล และมีราคาถูก

ข้อเสีย

  • ละลายน้ำช้า
  • กลิ่นคาวแรง
  • ผลอมผสมแป้งได้ง่าย (เพราะผงเขาคล้าย ๆ แป้งเป็นทุนเดินอยู่แล้ว)

คอลลาเจนชนิดแกรนูล

คอลลาเจนเปปไทด์ชนิดแกรนูล เป็นคอลลาเจนที่พัฒนามาจากชนิดพาวเดอร์อีกที ด้วยนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าด้วยการสกัดกลิ่นคาว ทำให้ผงกลายเป็นเม็ดคอลลาเจนที่หนักและละลายเร็วขึ้น มีกลิ่นคาวน้อยหรือแทบไม่มีกลิ่น และที่สำคัญคือ ได้ผลเร็ว

ข้อเสีย

  • ราคาแพง ด้วยกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างสูงกว่าชนิดพาวเดอร์

ประโยชน์ของคอลลาเจนเปปไทด์

  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง
  • เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวนุ่ม เนียนเรียบ
  • ทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส เปล่งปลั่ง
  • ลดเลือนรอยแผลจากสิว จุดด่างดำ
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • ลดการเสียดสีของกระดูก
  • ลดอาการปวดหัวเข่า ข้อต่อต่าง ๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความแตกต่างของคอลลาเจนทั้ง 2 ชนิด ดังนั้นเวลาซื้อคอลลาเจนคราวน่า แนะนำให้ถามทางร้านก่อนว่าคอลลาเจนตัวนั้นเป็นแบบพาวเดอร์หรือแกรนูล เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , ,
X