Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซี

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซี

วิตามินซี เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือเสริมสร้างการดูดซึมของคอลลาเจน โดยวิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิค (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ ร่างกายของคนเราไม่สามารถสังเคราะห์ใช้เองได้ จึงทำให้เราจะต้องได้รับวิตามินซีผักและผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม สตรอว์เบอร์รี่ และอะเซโรล่าเชอร์รี่เป็นต้น แต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับวิตามินซีที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยมีดังต่อไปนี้

วิตามินซีนั้นมีคุณสมบัติละลายน้ำ

ทำให้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว แล้วยังมีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยขับไล่สิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส ลดปัญหาบนใบหน้าได้ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้า กระ เป็นต้น

ปริมาณที่ควรได้รับ

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันของคนปกติ คือ 60 mg. ต่อวัน ส่วนในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้สูงอายุ ควรได้รับวิตามินซีมากขึ้นประมาณ 70-96 mg. ต่อวัน

ทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ควรทานหลังมื้ออาหารหรือทานพร้อมอาหาร เพราะวิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและวิตามินซีไปใช้งานได้ง่ายขึ้น และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร

เสริมสร้างคอลลาเจน

ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รู้สึกเหมือนได้ผิวในวัยเด็กกลับมาอีกครั้ง แถมฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านจากการโดนแดดเผาให้กลับมาเรียบเนียนดูมีสุขภาพผิวที่ดี

ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก

ประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น เหมาะกับคนที่ขาดธาตุเหล็กหรือร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ในปริมาณที่น้อย โดยวิตามินซีจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และได้รับปริมาณของธาตุเหล็กและวิตามินซีเพียงพอในแต่ละวัน

อย่าเครียด

เพราะความเครียดจะทำให้วิตามินซีในร่างกายเราสลายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวิตามินซีจะถูกดึงไปใช้เพื่อปรับสภาพอารมณ์ในปริมาณมาก จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียดและทำกิจกรรมที่บันเทิงใจเพื่อการผ่อนคลายบ่อย ๆ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

แสง ออกซิเจน บุหรี่ ความร้อนและน้ำ ควรหลีกเลี่ยงจากวิตามินซีเพราะถ้าหากสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นนาน ๆ จะทำให้วิตามินซีสลายไปอย่างรวดเร็วและทำให้ร่างกายขาดวิตามินซีในที่สุด


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , , ,

แพ้คอลลาเจน จะมีอาการอย่างไร

แพ้คอลลาเจน จะมีอาการอย่างไร

คอลลาเจนผง คืออาหารเสริมที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ด้วยรูปแบบที่ทานง่าย และสามารถช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย ทำให้ผิวพรรณกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน ริ้วรอยต่าง ๆ ดูจางลง ลดเลือนจุดด่างดำ ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นเหมือนผิวเป็นวัยรุ่น โดยคอลลลาเจนที่ได้รับความนิยมมากที่สุกก็คือหนีไม่คอลลาเจน จากปลาทะเลน้ำลึก เพราะมีคุณภาพสูงและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากกว่าคอลลาเจนจากวัตถุดิบอื่น ๆ

แต่ปัญหาที่สามารถพบเจอได้ก็คือ พอเป็นปลาทะเลน้ำลึกแล้ว จะทำให้หลายคนมีอาการแพ้ได้ ซึ่งอาการแพ้จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล โดยไม่เกี่ยวว่าจะทานในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ด แบบผง หรือแบบฉีด ส่วนมากคนที่เลือกทานคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกก็เพราะเชื่อถือในคุณภาพ และไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองแพ้ โดยเฉพาะคนที่มีความอ่อนไหวต่อการทานอาหารประเภทโปรตีนก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะแพ้มากกว่าคนอื่น ซึ่งอาการแพ้คอลลาเจนที่พบได้มีดังต่อไปนี้

อาการแพ้คอลลาเจน

อาการแพ้คอลลาเจน แบบที่พบได้บ่อยๆ ก็จะเป็นอาการที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าตามผิวหนัง บริเวณใบหน้าและแผ่นหลังจะเกิดได้ก่อนที่อื่น แรก ๆ อาจมองเห็นว่าเหมือนจะเป็นสิวอักเสบ แต่ก็ไม่หายสักที ซ้ำร้ายจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็เป็นเหมือนสิวหัวหนองขนาดใหญ่ก็มี หากขึ้นที่หน้าก็ยังพอดูแลรักษาได้ง่าย แต่ถ้าขึ้นที่หลังก็อาจจะลำบาก เวลานอนจะรู้สึกได้บ้างถึงความเจ็บ จึงเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตได้เหมือนกัน ซึ่งอาการแพ้ทั้งหมดจะเห็นได้ชัดเลยในช่วงวันแรกๆ ที่ทาน เราจึงตัดปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ในเบื้องต้นแนะนำให้ปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการแพ้ได้ดังต่อไปนี้

  • หากมีอาการแพ้ไม่มากนัก และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ให้ลองปรับการทานคอลลาเจนด้วยการลดปริมาณลงก่อน โดยลดลงเหลือ 3 ส่วน 4 หรือจะลดลงครึ่งหนึ่งเลยก็เลย จากนั้นคอยสังเกตอาการต่อไป ถ้าไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นแล้วก็สามารถทานต่อได้ในปริมาณที่ลดลงมานี้ แต่ถ้ายังมีอาการแพ้อยู่อีกก็ควรหยุดทานและพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ
  • หากอาการแพ้รุนแรงมากให้หยุดทานทันที และเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการทันที ซึ่งส่วนใหญ่พอเลิกทานไม่นานก็จะกลับมาเป็นปกติ แต่ก็มีบางกรณีที่อาการแพ้เกิดจากการแพ้สิ่งอื่นในช่วงเวลาที่เริ่มทานคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกพอดี ดังนั้นจึงสามารถทดสอบเพื่อความแน่ใจได้ โดยลองทานอีกครั้งในปริมาณที่น้อยลงสักครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่มีอาการก็แสดงว่าสามารถทานได้ แต่ถ้าเกิดอาการขึ้นมาอีกก็จำเป็นต้องเลิกทานอย่างถาวร

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่รวมกรณีที่เป็นสิวอยู่แล้วและรู้สึกว่าสิวเห่อมากขึ้น นั่นไม่ใช่อาการแพ้คอลลาเจนนะจ๊ะ แต่มันเป็นการปรับสภาพผิวในขั้นต้น เมื่อไรที่ผิวฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว อาการสิวเห่อก็จะหายไปรวมทั้งสิวเดิมที่เป็นอยู่ก็จะหายไปด้วย

คนที่แพ้คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกเป็นอาการแพ้โปรตีนจากตัวปลาเท่านั้น ซึ่งยังสามารถทานคอลลาเจนที่มาจากวัตถุดิบอื่น ๆ ได้อยู่ แต่ก็ต้องเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐานด้วยเสมอ อย่าได้เห็นแก่ราคาที่ถูกมากจนเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว ก็อาจจะมีสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายทำให้ร่างกายแย่ลงไปอีกด้วย

คอลลาเจนเหมาะสำหรับใครบ้าง

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มมวลกระดูก
  • ผู้ที่มีผิวหนังแห้ง เหี่ยว ย่น มีริ้วรอย
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องผม เล็บเปราะบาง
  • นักกีฬาหรือนักวิ่งที่ต้องใช้กล้ามเนื้อแขนขาอย่างหนัก
  • ผู้ที่ต้องออกแดดหรือสัมผัสแดดบ่อย
  • ผู้ที่ขาดโปรตีน
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , ,

คอลลาเจนจากธรรมชาติ มีอยู่ในอาหารอะไรบ้าง

คอลลาเจนจากธรรมชาติ มีอยู่ในอาหารอะไรบ้าง

คอลลาเจน เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดในสัตว์ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันส่วนใหญ่พอคอลลาเจนในรูปเส้นใยฝอยยืดในเนื้อเยื่อเส้นใยเช่น เอ็นกล้ามเนื้อ, เอ็นและผิวหนัง โดยมนุษย์เรานั้นสามารถสร้างคอลลาเจนได้เองภายในร่างกาย แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนในร่างกายก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนเช่นผิวหนังที่หย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับ รอยริ้วแห่งวัยต่าง ๆ ผิวหมองคล้ำไม่เหมือนกับตอนเป็นวัยรุ่น ทำให้หลายคนนั้นจะต้องหาอาหารเสริมคอลลาเจนมาทาน เพื่อให้ผิวพรรณกลับมาเต่งตึงเหมือนตอนวัยรุ่น

แต่รู้หรือไม่นอกจากคอลลาเจนเสริม ยังมีคอลลาเจนธรรมชาติที่อยู่ตามอาหารมากมาย ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในร่างกายได้เหมือนกัน ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นพวกปลาทะเล หมู หรืออื่น ๆ ที่เขานำมาสกัดเป็นคอลลาเจนกัน แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีแค่นั้น เพราะยังมีอาหารอีกมากมายที่มีคอลลาเจนอยู่ โดยอาหารที่มีคอลลาเจนผสมอยู่นั้นมีดังต่อไปนี้

ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่วเหลืองทุกชนิด และชีสทุกประเภทที่มีเจนิสติน (genistein) มักมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ไอโซฟลาโวน โดยสารดังกล่าวนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้แก่ร่างกายจึงช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึงยิ่งขึ้น และยังช่วยบล็อกเอนไซม์ตัวร้าย ตัวการของการเกิดริ้วรอยหย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี

ผักผลไม้สีแดง

ผักผลไม้สีแดง ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ พริกหยวกสีแดง ฟักข้าว แครอท หัวบีทรูทหรือมันเทศ รู้อะไรมั้ยว่า มันเป็นแหล่งของไลโคปีนสูงที่จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไลโคปีนยังมีบทบาทหน้าที่คล้ายกันกับอนุมูลอิสระที่จะช่วยในการชะลอริ้วรอยแห่งวัยและยังสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยนะ

กรดไขมันโอเมก้า

กรดไขมันโอเมก้า อีกหนึ่งแหล่งอาหารที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติชั้นเยี่ยมอย่างที่ไม่ควรมองข้ามเพราะกรดไขมันดังกล่าวยังสามารถช่วยแต่งเติมร่องลึกของเซลล์ผิวที่ได้รับการทำลายจากอนุมูลอิสระให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ได้มากยิ่งขึ้นซึ่งสามารถกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้าได้จากอาหารรอบตัว เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ผลอะโวคาโด อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น

ผักใบเขียว

การกินผักใบเขียวเข้มไม่ได้มีดีแค่บำรุงสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการผลิตคอลลาเจนด้วยเช่นเดียวกัน แต่จะต้องเป็นผักสีเขียวเข้มๆ โดยเฉพาะเท่านั้นนะเพราะสียิ่งเข้มก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่างมากขึ้น โดยสารอนุมูลอิสระที่พบจากผักใบเขียวก็คือ ลูติน (lutein)

น้ำมะพร้าว

หลายคนย่อมเคยได้ยินว่า อยากผิวพรรณเต่งตึงกระชับสดใส จะต้องดื่มมะพร้าวมาก ๆ ซึ่งที่ได้ยินมานั้นถูกต้องเพราะน้ำมะพร้าวเป็นแหล่งของฮอร์โมนเอสโตรเจนปริมาณสูง มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้เป็นอย่างดีโดยจะช่วยบำรุงผิวให้กระชับยืดหยุ่น ผิวมีความอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น แถมยังช่วยบำรุงสุขภาพภายในของผู้หญิงอย่างเรา ๆ ด้วย


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , ,

วิตามินซีทานตอนไหนถึงจะได้ประโยชน์

วิตามินซีทานตอนไหนถึงจะได้ประโยชน์

อาหารเสริมอย่าง วิตามินซี นั้นเป็นที่นิยมกันอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หน้าหนาว ที่คนเป็นหวัดกันเยอะ เลยจะต้องซื้อวิตามินซีแบบอัดเม็ดมาทานกันเอง เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จะได้ไม่ป่วยง่าย ๆ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณอีกด้วย แต่ก็มีคำถามจากผู้บริโภคหลายคนอยู่เหมือนกันว่า เราควรทานวิตามินซีเสริมแบบนี้มากแค่ไหน แล้วถ้าจะทานควรทานช่วงไหนร่างกายถึงจะได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด

ทานวิตามินซีเสริมดีไหมนะ

โดยปกติคนอายุ 15 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามิน 60 – 90 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนเด็กต้องการวิตามินซี 30 – 50 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ก็สามารถทานเพิ่มได้ถึงราว ๆ 100 – 200 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ในบางคนอาจจะจำเป็นต้องรับอาหารเสริมวิตามินซีเพิ่มมากหน่อย คือตั้งแต่ 500 มิลลิกรัมขึ้นไป อย่างเช่นคนที่เป็นหวัดบ่อย ๆ คนที่มีอาการเลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด แพทย์จะให้ทานวิตามินซีเสริม รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ก็จำเป็นต้องทาน เพราะบุหรี่จะไปลดปริมาณวิตามินซีในร่างกาย เช่นเดียวกับหญิงตั้งครรภ์ คนที่เตรียมตัว ผ่าตัด หรือเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัดก็ควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากขึ้น

ทานวิตามินซีตอนไหน ได้ประโยชน์มากที่สุด

เรื่องนี้ ภญ.วริยา สารรัตนะ ได้ให้คำตอบไว้ใยเว็บไซต์หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าจริง ๆ แล้วสามารถรับประทานเวลาใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่แนะนำว่าอย่าทานตอนท้องว่าง ถ้าจะให้ดีควรทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารจะดีที่สุด เพราะอาหารจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้และเป็นการป้องกันกระเพาะอาหารระคายเคืองด้วย เพราะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดนั่นเอง ทั้งนี้เราอาจแบ่งประทานวิตามินซีตามมื้ออาหารก็ได้ เช่นวันละ 2 เวลาหลังอาหาร หรือวันละ 3 เวลาหลังอาหาร จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการรับประทานทั้งหมดในครั้งเดียว

วิตามินซี ทานมากไปใช่ว่าจะดี

อาหารทุกอย่างทานน้อยไปก็ไม่ได้ ทานมากเกินไปก็ไม่ดี รวมทั้งวิตามินซีด้วย เพราะถ้าร่างกายได้รับน้อยเกินไปก็จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นหวัดง่าย เลือดออกตามไรฟัน ผิวพรรณดูไม่ผ่องใส เพราะวิตามินซีมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ช่วยชะลอความแก่ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

แต่ถ้าทานมากเกินไปเช่น ทานเกิน 1000 – 2000 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน ๆ เข้า ก็อาจเกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น ไม่สบายท้อง ปวดมวนท้อง ท้องเสียรุนแรง เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเป็นนิ่วในไต แต่ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะอาการข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ จึงขับออกทางปัสสาวะได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหากใครจำเป็นต้องทานวิตามินซีในปริมาณสูงกว่าที่กำหนด ก็ควรทานพร้อมหรือหลังอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ ด้วย

แหล่งที่มา : https://health.kapook.com/


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , , , , , ,
X