Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง Detox

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง Detox

วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาทำความรู้จักสารสกัดจากธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยเรื่อง ดีท๊อกซ์ (Detox) ว่าจะมีสารสกัดจากธรรมชาติชนิดใดบ้าง และสารสกัดเหล่านี้ก็ล้วนแต่ถูกนำมาเป็นสารสกัดหลักในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีวางจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อรับประทาน และนั้นก็ถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยาก ดีท๊อกซ์ (Detox) ได้เป็นอย่างดี

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง

 

ประโยชน์ของการดีท๊อกซ์ (Detox)

ดีท๊อกซ์  ช่วงเวลาที่ผ่านมาชื่อนี้ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย เพราะกำลังเป็นกระแสความนิยมจากกลุ่มคนที่รักสุขภาพการดีท๊อกซ์ คือการล้างลำไส้ ล้างเอาสารพิษต่างๆ สิ่งสกปรก ของเสียสะสม ออกมาจากร่างกาย เพราะหากสิ่งเหล่านี้ถูกสะสมเป็นเวลานานในลำไส้ไม่มีการทำความสะอาด หรือ ทำการดีท๊อกซ์ ก็อาจส่งผลให้ร่างกายเกิดการสูญเสียความสมดุล และอาจมีปัญหาสุขภาพตามมา และประโยชน์ของการดีท๊อกซ์นั้น มีดังต่อไปนี้

  • ทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล ลำไส้ทำงานปกติ
  • ปรับปรุงการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก
  • บำรุงและปรับปรุงการทำงานของตับ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
  • ผิวพรรณกระจ่างใส เปล่งปลั่ง
  • เพิ่มระดับพลังงานภายในร่างกาย

สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยเรื่อง ดีท๊อกซ์ (Detox)

ชาเขียว (Green Tea) : ชาเขียว ที่หลายๆคนชื่นชอบนั้น จะช่วยให้ร่างกายเรากำจัดสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงการทำงานของตับซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการ “ดีท๊อกซ์” ชาเขียวช่วยให้ร่างกายชุ่มชื่น ช่วยขับสารพิษ สิ่งตกค้าง ออกจากร่างกาย ทั้งยังช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักให้ลดลง จึงได้น่าแปลกใจที่ชาเขียวจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆในสารสกัดของอาหารเสริม

 

ขิง (Ginger) : ถือได้ว่าเป็นสมุนไพร ที่ช่วยในการ “ดีท๊อกซ์” ได้ดี เพราะมีสารประกอบที่เรียกว่า Gingerols และ Shogaols เป็นตัวช่วยเสริมการดีท๊อกซ์ โดยทำงานในการเร่งการเคลื่อนไหวของอาหารผ่านลำไส้ และในทางกลับกันก็จะช่วยขจัดของเสียที่เป็นอันตราย และสารพิษต่าง ๆ ออกจากลำไส้ใหญ่ ตับ และอวัยวะอื่นๆ

 

ใยอาหารจากผัก (Fiber) :  ไฟเบอร์จะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยลดอาหารท้องผูก กระตุ้นระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี   ช่วยล้างสารพิษออกจากลำไส้ กำจัดของเสียตกค้าง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคริดสีดวงทวาร และลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไฟเบอร์เป็นเส้นใยหารที่ทำให้รู้สึกอิ่ม ไม่มีพลังงาน จึงเหมาะแก่คนที่อยากลดน้ำหนัก รักษาหุ่นได้เช่นกัน

 

ผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus)  : ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อุดมไฟด้วยไฟเบอร์ วิตามินชนิดต่างๆ ที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย เร่งการเผาผลาญ และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการดีท๊อกซ์ ทั้งยังช่วยยับยั้งสัญญาณการก่อเกิดของโรคมะเร็งบางชนิด

 

มะละกอ (Papaya) : มีสารต้านอนุมูลิอิสระ มีวิตามินซี และยังมีเอนไซม์ที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี และยังมีสารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการขับสารพิษจากตับ ช่วยเรื่องผิวพรรณ ชะลอวัยได้อีกด้วย

 

กระเทียม (Garlic) : ได้ชื่อว่าเป็นผักที่ช่วย “ดีท๊อกซ์” ได้อย่างยอดเยี่ยม มีสารประกอบในกระเทียมสามารถกำจัดแบคที่เรียที่เป็นอันตรายและยีสต์ในลำไส้ ทั้งยังช่วยล้างสารพิษในระบบทางเดินอาหาร ช่วยบำรุงการทำงานของตับ กระตุ้นตับให้ผลิตเอนไซม์ที่จะมาช่วยดีท๊อกซ์ร่างกายได้ เอนไซม์จจะตรงเข้าไปกักพวกสารพิษต่าง ๆ ออกจากระบบย่อยอาหาร และยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้เช่นกัน

 

บร๊อคโคลี่และต้นอ่อนบร็อคโคลี่ (Broccoli, Broccoli Sprouts) : หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินหรือรู้จักต้นอ่อนบร็อคโคลี่ แต่หาไม่ว่า “เจ้าต้นอ่อนบร็อคโคลี่” นั้น มีดีกรีที่ช่วยในเรื่องการดีท๊อกซ์ ได้ดีกว่าบร็อคโคลี่ปกติที่เราทานกันอยู่ประจำ เพราะต้นอ่อนบร็อคโคลี่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่จะช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี

และนี้ก็เป็นเพียงแค่สารสกัดจากธรรมชาติบางส่วนเท่านั้น ที่ช่วยในเรื่องของการดีท๊อกซ์ ซึ่งที่จริงแล้วยังมีสารสกัดอย่างเช่น อะโวคาโด, แอปเปิ้ล, มะขาม, ส้มแขก, เม็ดแมงลัก, เม็ดเจีย, ก็สามารถช่วยในเรื่องของการดีท๊อกซ์ได้ดีเช่นกัน ซึ่งหวังว่าทุกคนจะได้รับข้อมูลและประโยชน์ที่ดีที่เรานมาฝากกันนะคะ

หากใครที่สนใจอยากจะดีท๊อกซ์ ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี ทั้งทางการแพทย์ ทางการรับประทาน ทางการสวนลำไส้ แต่วิธีที่ดูจะง่ายที่สุดคงเป็นการดีท๊อกซ์จากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบัน ที่ช่วยในเรื่องของการดีท๊อกซ์ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องของการดีท๊อกซ์แล้ว ยังมีสารสกัดอื่น ๆ ที่เป็นตัวช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณ ดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี  แต่อย่าลืมว่าการที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้น เราต้องตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นถูกต้องตาม อย. และปลอดภัย จึงค่อยซื้อมารับประทาน

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , ,
เสริมอาหาร คือ อะไร?

เสริมอาหาร คือ อะไร?

เสริมอาหาร คือ อะไร?

ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplements)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplements) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานนอกเหนือจากการรับประทานอาหารตามปกติ โดยจะมีส่วนประกอบของสารอาหาร และอาจมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น เอนไซม์ ใยอาหาร เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เราทานกันนั้นไม่เหมือนกับยา จึงไม่มีผลในการป้องหัน หรือรักษาโรค และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องดูแลสุขภาพ มากกว่าผู้ป่วย

ในทางเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะแตกต่างจาก อาหารเสริม ซึ่ง อาหารเสริม นั่นหมายถึงอาหารที่ให้รับประทานเพิ่มเติมนอกเหนือจากอาหารหลัก โดยที่การทานอาหารเสริมนั่นมีวัตุประสงค์ต่าง ๆ เช่น เพื่อช่วยให้สุขภาพแข็งแรง เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย หรือเพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี  บุคคลทั่วไปจึงมักเข้าใจผิดว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ อาหารเสริม คืออย่างเดียวกัน และมักเรียกรวม ๆ ว่า อาหารเสริม

 

เสริมอาหาร คือ อะไร?

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีกี่ประเภท?

โดย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะแบ่งออกเป็นกลุ่ม / ประเภทได้ดังนี้

  1. วิตามิน (Vitamins) ได้แก่ วิตามินเอ (Vitamin A), วิตามินบี (Vitamin B), วิตามินซี (Vitamin C), วิตามินดี (Vitamin D), วิตามินอี (Vitamin E), และ กรดโฟลิก (Folic Acid)
  2. แร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ ได้แก่ แคลเซียม, สังกะสี หรือ Zinc, เหล็ก, แมกนีเซียม, ซิลีเนียม
  3. กรดอะมิโน (Amino Acids) ได้แก่ ทริปโตเฟน, กลูตามีน, อาร์จินีน, ไทโรซีน, ทอรีน, หรือ กรดอะมิโนโซ่กิ่ง (BCAA) ซึ่งประกอบไปด้วย วาสลีน, ไอโซลิวซีน, และ ลิวซีน
  4. กรดไขมัน (Fatty Acids) ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids), กรดไขมันโอเมก้า-6 (Omega-6 Fatty Acids)
  5. สมุนไพร และสารสกัดจากพืช (Herbs and Herbal Extracts) ได้แก่ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น, ขิง, กระเทียม, เอ็กไคนาเซีย, แปะก๊วย, โสม, วาเลอเรียน และ คาวา เป็นต้น
  6. สารสกัดจากสัตว์ (Animal Extracts) ได้แก่ น้ำมันปลา (Fish Oil), น้ำมันตับปลา (Cod liver Oil), สารสกัดจากหอยนางรม, กระดูกอ่อนปลาฉลาม เป็นต้น

 

รูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplements)

รูปแบบของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จะมีอยู่หลายรูปแบบให้เราได้เลือกสรรมากมายตามความชอบ และความเหมาะสม ซึ่งส่วนมากจะมีรูปแบบดังต่อไปนี้

แบบอัดเม็ด (รูปทรงกลม, เหลี่ยม, รี)

ลักษณะนี้คือ การนำผงของยามาผสานกับสารที่สามารถอัดเข้าด้วยกันได้ สามารถกำหนดปริมาณได้ว่าจะอัดเป็นเม็ดขนาดไหน ข้อดีคือ ออกฤทธิ์ได้เร็วและตรงตามเวลาที่ต้องการ สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสีย คือ อาจจะมีกลิ่น และรสชาติที่ไม่ค่อยรู้ใจนัก ทำให้รับประทานบำลาก

แบบแคปซูลแข็ง

ในรูปแบบแคปซูลเราจะเห็นกันได้บ่อยๆมากกว่ารูปแบบอื่น ซึ่งก็มีหลายขนาด ส่วนใหญ่ตตัวแคปซูลจะทำมาจากเจลาตินของสัตว์ ข้อดี คือ สามารถกลบกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ของสารต่าง ๆ ได้หมด ทานง่าย และ ควบคุมการปล่อยสารสกัดสำคัญออกมาได้เป็นอย่างดี ข้อเสีย แคปซูลแข็งจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ช้ากว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบอื่น ๆ

แบบแคปซูลนิ่ม (ซอฟเจล)

แคปซูลประเภทนี้จะเหมาะกับสารประเภทที่อ่อนแอต่อสภาวะอากาศ ไวต่อสิ่งเร้า ส่วนใหญ่จะบรรจุพวกน้ำมันต่าง ที่ไม่สามารถทำให้ผงได้  ข้อระวังสำหรับบสงคนที่มีปัญหาสิว หน้ามัน หรือไขมันส่วนเกินที่อยากจะหลักเลี่ยงสารที่อยู่ในรูปแบบน้ำมันก็อาจจะต้องทานในรูปแบบอื่นแทนจึงจะดีกว่า

แบบแคปซูลเซลลูโลส

จะมีลักษณะที่แข็ง ที่เปลือกห่อหุ้มทำมาจากเส้นใยของผัก ข้อดี คือ เหมาะกับคนที่ทานมังสวิรัต หรือ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ข้อเสีย ราคาแคปซูลชนิดนี้มีราคาค่อนข้างแพง จึงอาจส่งผลให้ผลิตถัณฑ์ที่ทำรูปแบบนี้มีราคาสูงตามไปด้วยตามต้นทุน การเก็บรักษาได้ไม่นาน เพราะเปลือกอาจจะเปราะแตกได้

 

 

แบบผง

ชงดื่ม หรือผสมชงกับน้ำเพื่อใหห้ละลายแล้วดื่ม ข้อดี คือ สามารถอัดปริมาณสารได้เยอะและเต็มที (แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์ของ อย.) ทำให้การทานในแต่ละครั้งได้รับสารต่าง ๆ เต็ม ๆ และไม่ต้องทานที่ละหลาย ๆ เม็ด และยังสามารถปรับปต่งรสชาติให้ดื่มง่าย ข้อเสีย คือ ใส่ได้แต่พวกสารที่ละลายน้ำได้ อาจเสียเวลาในขั้นตอนชงให้ละลายก่อนที่จะรับประทาน

แบบเหลว หรือ แบบน้ำ

เป็นรูปแบบที่พร้อมดื่ม ได้ทันที ข้อดี คือ สะดวก ง่ายต่อการรับประทาน จะร่างกายดูดซึมได้ทันที ข้อเสีย คือ อาจจะมีราคาค่อนข้างสูง มีอายุในการเก็บรักษาในระยะเวลาสั้น เพราะอยู่ในรูปแบบละลายน้ำมาแล้ว เวลาเลือกซื้อรับประทานจึงควรดูบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการปกป้องจากแสงแดด

 

และนี้ก็เป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่นิยมผลิตและรับประทานในประเทศไทย ซึ่งจริงๆแล้วยังมีอีกหลายรูปแบบ แต่การจะรับประทานก็ควรตรวจสอบให้ดีว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เราซื้อรับประทานนั้นปลอดภัย ถูกต้องตามที่ทาง อย. กำหนดไว้หรือเปล่า หรือ แม่แต่จะเช็คตรวจสอบจากสถานที่ผลิตว่า สถานที่ผลิตนั้น ๆ ที่มาตรฐานไหม เพื่อความปลอดภัยในการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , ,
คอลลาเจนแบบผงกับแบบเม็ดแตกต่างกันอย่างไร

ความต่างของคอลลาเจน

ความต่างของคอลลาเจน

สวัสดีสาว ๆ หนุ่มๆ ที่กำลังมองหาซื้อคอลลาเจนมารับประทานเองหรือซื้อไปให้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ของเราเพื่อช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในร่างกายหี้คอลลาเจนมากขึ้น ลดริ้วรอยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยย่นบนหน้าผาก รอยตีนกา ยืดอายุบนใบหน้าของเราให้กลับมาดูเด็กขึ้นอีกครั้ง แต่หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยเพราะว่าตอนไปหาซื้อตามท้องตลาดหรือตามเว็บไซต์นั้น มีทั้งคอลลาเจนแบบผงที่ชงแล้วดื่มกับคอลลาเจนที่เป็นแบบเม็ด แล้วทั้งสองแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนมันดีกว่ากันล่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะพามาดูความแตกต่างกันระหว่างคอลลาเจนแบบผงกับแบบเม็ดกัน

คอลลาเจนแบบผงกับแบบเม็ดแตกต่างกันอย่างไร

คอลลาเจนเม็ด

มาเริ่มกันที่อันแรกกับคอลลาเจนแบบเม็ด ซึ่งคอลลาเจนแบบเม็ดนั้นจะอยู่ในรูปแบบบของแคปซูลที่ทำให้คอลลาเจนแบบนี้ไม่มีกลิ่นหรือรสชาติที่แปลกประหลาดอะไรเลย จึงทำให้คนที่ไม่ชอบกลิ่นคาวหรือรสชาติที่แปลกประหลาดไม่ถูกกับลิ้น เพราะคนเราส่วนใหญ่มักจะคุ้นชินกับการทานยาอยู่แล้ว ทำให้การทานคอลลาเจนแบบเม็ดนั้นรู้สึกเหมือนกับเรากำลังการทานยาชนิดนึงอยู่นั่นเอง แต่ข้อเสียของคอลลาเจนแบบเม็ดนั้นก็คือการดูดซึมหรือการนำคอลลาเจนไปใช้งานนั้นจะช้ากว่าแบบอื่น ซึ่งจะส่งผลให้ไม่ค่อยเห็นผลลัพธ์หรือเห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างช้า เพราะเกิดจากการที่ดูดซึมคอลลาเจนช้านั่นเอง

การทานคอลลาเจนเม็ดก็สามารถทานได้ง่ายเหมือนคอลลาเจนผงโดยการทานพร้อมน้ำสะอาดหรือน้ำผลไม้ ซึ่งบางคนนั้นอาจจะทานไปทั้งแคปซูลหรือบางคนจะแกะเอาแค่ผงในแคปซูลออกมาทานเพื่อให้เห็นผลเร็วขึ้น แต่ทว่าปริมาณผงในแคปซูลกับปริมาณคอลลาเจนผงที่ทานในแต่ละวันนั้นไม่เท่ากัน ซึ่งอาจจะทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ที่เร็วขึ้นอย่างที่ควร

คอลลาเจนผง

มาต่อกันที่คอลลาเจนผง ซึ่งชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นผง คอลลาเจนแบบผงนั้นมักจะนิยมชงดื่มกับน้ำสะอาดหรือน้ำผลไม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคอลลเจนและดับกลิ่นคาว เพราะว่าในบางยี่ห้อนั้นยังติดปัญหาเรื่องรสชาติกับกลิ่นคาวอยู่นั่นเอง แต่ในบางแบรนด์ก็ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวยจึงนำเป็นปรับปรุงจนไม่มีกินคาวได้ ที่สำคัญที่อยู่ในคอลลาเจนผงชงดื่มนั้นคือสามารถดูดซึมได้รวดเร็วและนำเอาไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงนิยมทานคอลลาเจนแบบผงมากกว่าคอลลาเจนแบบเม็ด เพราะนอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่นรวหดเร็วและเข้มข้นมากกว่าคอลลเจนแบบเม็ดนั้น ยังรับประทานได้ง่ายอีกด้วย

ซึ่งการทานคอลลาเจนแบบผงชงดื่มนั้นควรทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะช่วยให้ผิวพรรณของเรานั้นเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงอาการปวดหรือเจ็บตามข้อต่อต่าง ๆ ให้ขึ้นเพราะคอลลาเจนนั้นสามารถช่วยดูแลข้อต่อต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อต่าง ๆ

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับข้อแตกต่างระหว่างคอลลาเจนเม็ดกับคอลลาเจนผง สามารถช่วยในการตัดสินใจซื้อคอลลาเจนมากขึ้นมั้ยเอ่ย แต่ต้องบอกก่อนว่า ใช่ว่าคอลลาเจนเม็ดนั้นจะไม่ใช่หรือคอลลาเจนผงนั้นดีกว่า แต่มันอยู่ที่ความชอบของเราหรือเราต้องการเห็นผลลัพธ์เร็วหรือช้าแค่ไหนนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าลืมหาคอลลาเจนดี ๆ ที่อันนึงมาช่วยดูแลคอลลาเจนในร่างกายของเรากันนะ


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , ,
X