Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

17 อาหารที่มีคอลลาเจนจากธรรมชาติ

อาหารที่มีคอลลาเจน จากธรรมชาติ เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

อาหารที่มีคอลลาเจน จากธรรมชาติ เพื่อผิวพรรณที่อ่อนวัย

คนเราเมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนในตัวก็จะเริ่มทำงานน้อยลงตามวันเวลา บวกกับอนุมูลอิสระที่บุกเข้ามาทำลายอย่างต่อเนื่องจึงทำให้สภาพผิวพรรณของคนเรามีความหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยแห่งวัยและแก่เร็ว ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้นก็จะเริ่มมองหาตัวช่วยในการดูแลหรือทำให้ผิวพรรณดูสวย อ่อนไหว หรือดูเป็นสาวอีกครั้ง ซึ่งวิธีที่ฮิตมากในช่วงนี้สำหรับการดูแลผิวพรรณของสาว ๆ นั้นก็คือการทานคอลลาเจน ที่มีทั้งแบบเป็นผงและแบบเป็นเม็ด แต่สาว ๆ รู้กันหรือไม่ว่า มีอาหารบางประเภทที่มีคอลลาเจนอยู่ในอาหารนั้นแบบธรรมชาติอยู่แล้ว วันนี้เราจึงจะพามาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่มีคอลลาเจนจากธรรมชาติอยู่

 

17 อาหารที่มีคอลลาเจนจากธรรมชาติ

 

1.วิตามินซี

วิตามินซีจะอยู่ในรูปแบบของผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ประโยชน์ของวิตามินซี เราก็รู้กันเป็นอย่างดีแล้วว่าจะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรงยืดหยุ่น กระชับ แถมผิวยังเปล่งปลั่งกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกได้เป็นอย่างดี

 

2.ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่วเหลืองทุกชนิด และชีสทุกประเภทที่มีเจนิสติน (genistein) มักมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ไอโซฟลาโวน โดยสารดังกล่าวนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้แก่ร่างกายจึงช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึงยิ่งขึ้น และยังช่วยบล็อกเอนไซม์ตัวร้าย ตัวการของการเกิดริ้วรอยหย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี

 

3.ผักใบเขียว

การกินผักใบเขียวเข้มไม่ได้มีดีแค่บำรุงสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการผลิตคอลลาเจนด้วยเช่นเดียวกัน แต่จะต้องเป็นผักสีเขียวเข้มๆ โดยเฉพาะเท่านั้นนะเพราะสียิ่งเข้มก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่างมากขึ้น โดยสารอนุมูลอิสระที่พบจากผักใบเขียวก็คือ ลูติน (lutein)

 

4.ถั่วทุกชนิด

เพียงแค่หมั่นกินถั่วเป็นประจำวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่งลันเตา หรือถั่วลิสง ก็จะทำให้ร่างกายของเราได้รับกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ซึ่งเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมของกระบวนการชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและยังมีบทบาทช่วยกระตุ้นร่างกายให้สามารถผลิตคอลลาเจนออกมาบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึงยิ่งขึ้นด้วย

 

5.ผักผลไม้สีแดง

ผักผลไม้สีแดง ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ พริกหยวกสีแดง ฟักข้าว แครอท หัวบีทรูทหรือมันเทศ รู้อะไรมั้ยว่า มันเป็นแหล่งของไลโคปีนสูงที่จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไลโคปีนยังมีบทบาทหน้าที่คล้ายกันกับอนุมูลอิสระที่จะช่วยในการชะลอริ้วรอยแห่งวัยและยังสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยนะ

 

6.ลูกพรุน

ลูกพรุนก็เป็นผลไม้ที่เปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากหากรองลงมาจากผลบลูเบอร์รี เพราะฉะนั้น หันมากินลูกพรุนและบลูเบอร์รีเป็นประจำวันละอย่างน้อย 5-6 ลูกรับรองได้ว่าผิวพรรณของเรา จะเปล่งปลั่งกระจ่างใสเด้งขึ้นอย่างแน่นอน

 

7.กรดไขมันโอเมก้า

กรดไขมันโอเมก้า อีกหนึ่งแหล่งอาหารที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติชั้นเยี่ยมอย่างที่ไม่ควรมองข้ามเพราะกรดไขมันดังกล่าวยังสามารถช่วยแต่งเติมร่องลึกของเซลล์ผิวที่ได้รับการทำลายจากอนุมูลอิสระให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ได้มากยิ่งขึ้นซึ่งสามารถกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้าได้จากอาหารรอบตัว เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ผลอะโวคาโด อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น

 

8.น้ำมะพร้าว

หลายคนย่อมเคยได้ยินว่า อยากผิวพรรณเต่งตึงกระชับสดใส จะต้องดื่มมะพร้าวมาก ๆ ซึ่งท่ได้ยินมานั้นถูกต้องเพราะน้ำมะพร้าวเป็นแหล่งของฮอร์โมนเอสโตรเจนปริมาณสูง มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้เป็นอย่างดีโดยจะช่วยบำรุงผิวให้กระชับยืดหยุ่น ผิวมีความอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น แถมยังช่วยบำรุงสุขภาพภายในของผู้หญิงอย่างเรา ๆ ด้วย

 

9.ดาร์กช็อกโกแลต

ผลการวิจัยจากเยอรมนีได้ให้การยืนยันว่า การกินดาร์กช็อกโกแลตนั้นจะไม่มีทางส่งผลกระทบใดๆ ต่อผิวแต่กลับสามารถช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากในดาร์กช็อกโกแลตอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งนับว่าเพียงพอต่อการเสริมสร้างคอลลาเจน และช่วยในการชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างอยู่หมัดมากขึ้น แถมยังไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วนอีก เพราะดาร์กช็อกโกแลตมีน้ำตาลน้อยมากจึงทำให้ไม่มีรสหวาน ยิ่งดาร์กช็อกโกแลตเปอร์เซ็นสูงเท่าไหร่ ความหวานก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้นด้วย

 

10.ชาขาว

ทางมหาวิทยาลัยคิงส์ตันได้ทำการศึกษาจนค้นพบว่า ชาขาวมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อผิวและยังเป็นแหล่งของโปรตีนชนิดเดียวกันกับโปรตีนที่พบภายในเซลล์ผิวหนังคนเรา โดยเฉพาะคอลลาเจนจะช่วยต่อต้านเอนไซม์ที่มักคอยบุกเข้ามาทำลายผิวให้แก่ก่อนวัยได้เป็นอย่างดี

 

11.กระเทียม

สมุนไพรกลิ่นฉุนที่มีสารซัลเฟอร์ และยังมีกรดไลโปอิก (lipoic acid) รวมถึงกรดอะมิโนทอรีน (Taurine) ที่จะช่วยผลิตเส้นใยคอลลาเจนที่ถูกทำลายให้กลับมามีสภาพแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง

 

12.หอยนางรม

อาหารที่นับว่าเป็นยาโด๊ปชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ ในด้านของการบำรุงผิวพรรณหอยนางรมก็มีดีอย่างที่ไม่ควรมองข้ามด้วยนะ เพราะมันเป็นแหล่งของแร่ธาตุสังกะสี และยังมีกรดอะมิโนสำคัญที่มีผลต่กระบวนการเสริมสร้างคอลลาเจน

 

13.ไข่ขาว

แหล่งของกรดอะมิโรโปรลีน อันเป็นโปรตีนซึ่งถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นใยคอลลาเจน

หากร่างกายคนเราได้รับการเสริมด้วยโปรตีนชนิดนี้เข้าไปอย่างเพียงพอ ก็ย่อมสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่แขนขาของคอลลาเจนได้มากยิ่งขึ้น

 

14.เมล็ดข้าวสาลี

ผลการศึกษาจาก Nutritional Sciences ได้ทำการศึกษาและยืนยันผลออกมาระบุแล้วว่าในเมล็ดข้าวสาลีก็เปี่ยมไปด้วยกรดอะมิโนโปรลีนอยู่ในปริมาณสูง เพราะฉะนั้น หากกินเมล็ดข้าวสาลีเป็นประจำก็จะยิ่งเป็นการช่วยยืดอายุของคอลลาเจนให้แข็งแรงยาวนานขึ้นไปอีกได้อีกทางหนึ่ง

 

15.เห็ดทุกชนิด

เห็ดทุกชนิด นอกจากจะเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูง แต่แคลอรีต่ำ ซึ่งเป็นผลดีต่อการลดน้ำหนักของเราแล้ว เห็ดทุกชนิดก็ยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยเสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนให้ผิวพรรณได้เป็นอย่างดี สารต้านอนุมูลอิสระจากเห็ดยังทำหน้าที่ชะลอและลดเลือนริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

 

16.กระดูกอ่อน

กระดูกอ่อนไม่ว่าจะเป็นกระดูกอ่อนหมูหรือไก่ก็ตาม ล้วนมีคอลลาเจนที่พ่วงมาพร้อมกับโปรตีนด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งเราจะสามารถสังเกตเห็นคอลลาเจนอย่างชัดเจนได้ง่ายๆ จากน้ำต้มกระดูกอ่อนที่เราปล่อยทิ้งไว้จนเย็น โดยในส่วนที่ลอยขึ้นมาเป็นวุ้นๆ เหนือน้ำต้มกระดูกนั่นแหละ คอลลาเจนที่เราตามหาที่จะทำให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนเข้ามาเติมเต็มผิวพรรณให้สวยเต่งตึงขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึงแน่นอน

 

17.สาหร่ายทะเล

ไฮยาลูโรนิก เป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีผลต่อการผลิตเส้นใยคอลลาเจนอย่างมากทีเดียว และเราก็สามารถรับสารอาหารดังกล่าวได้จากพืชพรรณสาหร่ายทะเลทุกชนิด เพราะมันเป็นแหล่งของพืชที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนค่อนข้างสูงเพราะฉะนั้น สาวคนไหนอยากมีผิวพรรณเต่งตึง อ่อนเยาว์กว่าวัยก็อย่าลืมมองหาสาหร่ายทะเลมากินกันนะ

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , ,
คอลลาเจนผง ทานยังไงให้เห็นผล

คอลลาเจนผง ทานยังไงให้เห็นผล

คอลลาเจนผง ทานยังไงให้เห็นผล

คอลลาเจนผง ทานยังไงให้เห็นผล

 

1 .ในการทานคอลลาเจนครั้งแรก

เราควรทานเพียงครึ่งซอง หรือครึ่งช้อน เพื่อเป็นการทดสอบว่าจะเกิดอาการแพ้ไหม ซึ่งคอลลาเจนส่วนมากทำมาจากปลาทะเล ดังนั้นใครที่ไม่ได้แพ้ปลาทะเล ก็สามารถทานได้แน่นอน แต่ถ้าหากว่าใครที่แพ้อาหารทะเล เช่นกุ้ง ควรทดลองทานคอลลาเจนเพียงครึ่งนึงก่อน เพื่อให้เราปลอดภัยจากอาการแพ้

2 . ทานคอลลาเจนทันทีที่ตื่นนอนนั้นจะดีที่สุด

เพราะว่าเป็นระยะเวลาที่ท้องเราว่างมากที่สุดมากถึง 6 – 8 ชั่วโมง นั่นเอง ทำให้การดูดซึมคอลลาเจนในตอนเช้ามีประสิทธิภาพเต็มดีสุดๆ เพราะว่าในท้องของเราไม่มีอะไรอยู่ยาวนานที่สุด

 

3 .ให้ทานคอลลาเจนห่างกับอาหารเสริมลดน้ำหนัก 30 นาที

ซึ่งอาหารเสริมลดน้ำหนักบางยี่ห้อ จะแนะนำให้รับประทานตอนเช้า ดังนั้นเราควรแยกการทานคอลลาเจนไว้ตอนตื่นนอนทันที แล้วรอ 30 นาทีค่อยทานอาหารเสริมอื่นๆ

4 .ทานคอลลาเจนเวลาเช้า + เย็น

นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดแล้ว ยังเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดหัวเข่า ไข ข้อ กระดูก เพราะคอลลาเจน จะเข้าไปเติมเต็มให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้นนั่นเอง

5 .คอลลาเจนผงดีที่สุด

ซึ่งระหว่างคอลลาเจนเม็ด กับ คอลลาเจนผง คอลลาเจนผงชงดื่มนั้นจะทำให้ร่างกายได้รับประสิทธิภาพเต็มที่มากกว่า เพราะมีโมเลกุลที่เล็กกว่ามากหมายเท่า จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนผงชงดื่มได้ดีกว่าคอลลาเจนแบบเม็ดมาก

 

6 . ดื่มน้ำผลไม้พร้อมกับคอลลาเจน

เพื่อเพิ่มรสชาติ และประโยชน์ที่เราจะได้รับมากขึ้น นอกจากเราจะได้ประโยชน์ วิตามิน พร้อมแร่ธาตุ จากผลไม้แล้ว เรายังได้รับการบำรุงผิวให้สุขภาพดี จากคอลลาเจนอีกต่ออีกด้วยนะค่ะ

 

7 . ควรทานคอลลาเจนให้ต่อเนื่อง

เพื่อให้สุขภาพผิวของเราดีแบบต่อเนื่อง เนื่องจากว่าเมื่ออายุตั้งแต่ 20 ปี ผิวหนังของเรา จะมีคอลลาเจนลดน้อยลงปีละ 1% ทำให้ผิวหนังเราจะเริ่มเหี่ยวย่น เริ่มมีริ้วรอยต่าง ๆ แผลหายช้าไม่เหมือนกับตอนเป็นเด็ก ดังนั้นควรทานคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง

8 . กินคอลลาเจน กี่มิลลิกรัมดี

คอลลาเจนแบบที่มีประสิทธิภาพสูง ให้รับประทานเพียง 5,000 มิลลิกรัม หรือ 5 กรัม ก็เพียงพอ แต่ถ้าหากว่าเราเป็นผู้ป่วยที่ต้องการคอลลาเจน เนื่องจากมีอาการปวดเข่า ไข ข้อ กระดูก ให้ทานคอลลาเจน เช้า + เย็น หรือ 10,000 มิลลิกรัม เพื่อลดอาการปวดต่าง ๆ

9 . ดูแลสุขภาพผิวด้วยวิธีอื่นด้วยนอกจากการกินคอลลาเจน

เราต้องมีการดูแลผิวด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ใช่ค่ทานคอลลาเจน เช่น ทาครีมกันแดด ใส่หมวกหรือกางร่มเวลาออกไปข้างนอกตอนแดดแรงเป็นต้น เพราะถ้าเราไม่ดูแลผิวด้วยวิธีอื่นด้วย การทานคอลลาเจนไปก็จะไม่เห็นผลหรือไม่เห็นผลเท่าที่ควร

 

10 . ทานคอลลาเจนพร้อมกับวิตามินซี

ในส่วนของวิตามินซีเป็นตัวช่วยในการดูดซึมคอลลาเจนให้ดี มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากคอลลาเจนยี่ห้อไหนมีวิตามินซีประกอบจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกรับประทานเพราะทำให้ร่างกายของเรา ได้รับสรรพคุณของคอลลาเจนอย่างเต็มที่แล้ว วิตามินซียังมีส่วนช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง และเพิ่มภูมิต้านทานให้ดีมากขึ้นอีกด้วย

Tags: , , , ,
ดูแลผิวพรรณด้วย acerola cherry

ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ Acerola Cherry

ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ Acerola Cherry

 อะเซโลราเชอร์รี่ (Acerola Cherry)  เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี โปรตีนและแร่ธาตุซึ่งจะมีสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งว่ากันว่าเป็นสารที่สามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกายได้ มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล และจากผลการวิจัยพบว่าอะเซโรลาเชอร์รี่มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้มถึง 65 เท่า ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ

 

ดูแลผิวพรรณด้วย acerola cherry

 

อะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยในการเร่งการเสริมสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน

เนื่องจากอะเซโรลาเชอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ส่งผลให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยและมีความกระชับยืดหยุ่นอยู่เสมอ และยังมีหน้าที่ในการสมานผิว ลดเลือนริ้วรอย ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือเพิ่มความยืดหยุ่นและช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิวหนัง สารอาหารต่าง ๆ มากมายที่อยู่ในอะเซโรลาเชอร์รี่จะสามารถช่วยทำให้ผิวหนังของเราอิ่มน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ได้ ไม่ว่าผิวของเราจะเป็นแบบใดก็ตาม อีกทั้งยังช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารได้ น้ำที่ได้จากอะเซโรลาเชอร์รี่สามารถนำมาใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากได้อีกด้วย

 

การรับประทานอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นประจำ จะสังเกตเห็นว่าผิวของคุณจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้น และมีโทนสีผิวดีขึ้นโดยที่โทนสีผิวไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมและรอยตำหนิขึ้นมาเป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผิวพรรณของเรามีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นตามธรรมชาติและช่วยทำให้ผิวพรรณของเราได้รับการปกป้องจากตัวทำให้เกิดความตึงเครียด หรือจากสารเคมีอย่างควันบุหรี่ มลพิษ และสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

 

อะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลเป็น หรือแม้กระทั่งรอยแตกลายได้ดี และยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม เนื่องจากวิตามินซีที่มีอยู่มากในอะเซโรลาเชอร์รี่ ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวพรรณของเราจากการถูกทำลายได้ เนื่องจากอนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรถ้าขาดไปจะทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและถูกทำลายในที่สุด อีกทั้ง อนุมูลอิสระยังสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคได้

 

อะเซโรลาเชอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 และบี 5 ซึ่งทั้งหมดช่วยทำให้ผิวสวยงามและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น วิตามินเอจะช่วยให้ผิวหนังสามารถต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่ทำให้เกิดผิวเสียได้ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายจากการที่ผิวหนังถูกทำร้าย ส่วนวิตามิน บี 5 ใน อะเซโรลาเชอร์รี่ยังช่วยในการลดระดับคอสเลสเตอรอล ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจได้

 

ประโยชน์ต่อผิวหนังอีกอย่างหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ คือ ปกป้องเราจากรังสียูวี โดยวิตามินเอในอะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากรังสีดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อผิวได้ เพราะถ้าเราสัมผัสกับรังสียูวีมากจนเกินไปจะทำให้ผิวเสีย ซึ่งจะนำไปสู่การแป็นมะเร็งผิวหนังได้

 

อะเซโรลาเชอร์รี่ยังสามารถช่วยลดการเกิดโรคเบาหวานได้ เพราะสามารถชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตและการดูดซึมกลูโคส ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความคงที่มากขึ้นด้วย

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , ,
วิตามินซีกับเรื่องที่ควรต้องรู้

การทานวิตามินซีมากเกินไป

การทานวิตามินซีมากเกินไป

วิตามินซีนั้นมีคุณสมบัติละลายน้ำ ทำให้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว แล้วยังมีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยขับไล่สิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส ลดปัญหาบนใบหน้าได้ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้า กระ เป็นต้น สาระน่ารู้ของวิตามินซี

วิตามินซีกับเรื่องที่ควรต้องรู้

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันของคนปกติ คือ 60 ต่อวัน ส่วนในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้สูงอายุ ควรได้รับวิตามินซีมากขึ้นประมาณ 70-96 mg. ต่อวัน การทานวิตามินซีให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ควรทานหลังมื้ออาหารหรือทานพร้อมอาหาร เพราะวิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและวิตามินซีไปใช้งานได้ง่ายขึ้น และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รู้สึกเหมือนได้ผิวในวัยเด็กกลับมาอีกครั้ง แถมฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านจากการโดนแดดเผาให้กลับมาเรียบเนียนดูมีสุขภาพผิวที่ดี

 

ประสิทธิภาพในการดูดซึม

ประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น เหมาะกับคนที่ขาดธาตุเหล็กหรือร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ในปริมาณที่น้อย โดยวิตามินซีจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และได้รับปริมาณของธาตุเหล็กและวิตามินซีเพียงพอในแต่ละวัน

อย่าเครียด!! เพราะความเครียดจะทำให้วิตามินซีในร่างกายเราสลายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวิตามินซีจะถูกดึงไปใช้เพื่อปรับสภาพอารมณ์ในปริมาณมาก จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียดและทำกิจกรรมที่บันเทิงใจเพื่อการผ่อนคลายบ่อย ๆ แสง ออกซิเจน บุหรี่ ความร้อนและน้ำ ควรหลีกเลี่ยงจากวิตามินซีเพราะถ้าหากสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นนาน ๆ จะทำให้วิตามินซีสลายไปอย่างรวดเร็วและทำให้ร่างกายขาดวิตามินซีในที่สุด

 

การทานวิตามินซีมากเกินไป

การทานวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย เป็นนิ่วหรือมีผื่นผิวหนัง ดังนั้นควรทานวิตามินซีในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน การทานวิตามินซีมากเกินอาจทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคบางโรคเกิดความผิดพลาดได้ เช่น โรคเบาหวาน มะเร็งหรือการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ เป็นต้น

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags:
X