Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

ผลไม้ยอดฮิต ในอาหารเสริม

ผลไม้ยอดฮิต ในอาหารเสริม

ผลไม้ยอดฮิต ในอาหารเสริม

ถ้าพูดถึงผลไม้ ทุกคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่ามีประโยชน์ มีวิตามินที่สูงมาก ซึ่งผลไม้แต่ละสายพันธ์ก็จะมีรูปลักษณะที่แตกต่างกันออกไป และมีประโยชน์ในทางโภชนาการแตกต่างกันด้วยเช่นกัน วันนี้เราจึงจะพามาทำความรู้จัก “ผลไม้ยอดฮิต” ที่ผู้ผลิตอาหารเสริมมักนิยมนำมาสกัดเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือแม้แต่ในครีมบำรุงผิว ก็มีเช่นกัน

 

ผลไม้ยอดฮิต ในอาหารเสริม

 

ผลไม้ยอดฮิต ที่นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารเสริมมีดังต่อไปนี้

  1. ผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus) : เป็นผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว อุดมไปด้วย วิตามิน ซี ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น บำรุงผิวพรรณให้ขาว กระจ่างใส และช่วยลดเลือนจุดด่างดำ รอยแดง รอยดำ จากสิวได้เป็นอย่างดี
  2. เกรปฟรุ๊ต (Grape Fruit) : หรือที่รู้จักในนาม “ส้มสีเลือด” ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แอนโธไซยานิน, ฟลาโวนอยด์, กรดไฮกรอดซีซินนามิก และวิตามินซี ช่วยเร่งการดึงไขมันเก่า ไปเผาผลาญ ยับยั้งการสะสมของไขมัน และการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว แถมยังช่วยลดผิวหมองคล้ำ และเพิ่มความกระจ่างใสของผิว ช่วยลดการอักเสบของผิวจากแสงแดด ลดเลือนจุดด่างดำ ความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี
  3. สตอเบอร์รี่ (Strawberry) : เป็นผลไม้ที่มี วิตามิน ซี ที่สูงมาก โดยวิตามินซี ในสตอเบอร์รี่นั้น มีส่วนช่วยลดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณที่แห้งกร้านให้กลับมาชีวิตชีวา เปล่งปลั่ง สดใส อีกครั้ง พร้อมทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี นอกจากมีปริมาณวิตามินซี ที่สูงแล้ว ยังมีวิตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียม อีกด้วย
  4. อะเซโรล่า เชอร์รี่ (Acerola Cherry) : อุดมไปด้วยวิตามินซีจากธรรมชาติสูง มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบใน ส้ม 65 เท่า ช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย เร่งสร้างเสริมคอลลาเจน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน สมานผิว ปกป้องผิว พร้อมลดเลือนริ้วรอย ลดจุดด่างดำ ปรับผิวให้ขาว กระจ่างใส ยิ่งขึ้น
  5. ทับทิม (Pomegranate) : ผลไม้ที่หลายๆคน ชื่นชอบเพราะมีรสชาติที่อร่อย ซึ่งทับทิมนั้นได้ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณประโยชน์ที่มากมาย จนได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” มีวิตามินซีสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณของเราดูสดใส ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอย และยังช่วยเรื่องสุขภาพได้เป็นอย่างดี เช่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยยับยั้ง และต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  6. องุ่น (Grapes) : มีสารประกอบฟีนอลิตสูง ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณสมบัติ เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแดนท์ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งหยาบกระด้าง สดใสเปล่งปลั่ง ทั้งนี้หลายคนที่ความเชื่อว่าองุ่นมีคุณสมบัติที่  ช่วยลดระดับไขมันในเลือด  ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
  7. พีช (Peach) : ผลไม้ที่กำลังเป็นกระแสได้รับความนิยมอย่างกมาก คงนี้ไม่พ้น “พีช” เพราะได้รับอิทธิพพลมาจากฝั่งสาว ๆ เกาหลี ที่กำลังให้ความสนใจและความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาก “พีช” เป็นอย่างมาก จนทำให้ฮิตข้ามประเทศมายังประเทศไทยกันเลยที่เดียว “พีช” อุดมไปด้วยวิตามินเอ, วิตามินซี, อนุมูอิสระ, เบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยกระชับกล้ามเนื้อของใบหน้า ช่วยป้องกันการหย่อยคล้อยของกล้ามเนื้อ ช่วยบำรุงผิวให้ ขาวเนียน ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน
  8. แอปเปิ้ล (Apple) : ในผลแอบเปิ้ลอุดมไปด้วยสารเพคติน และวิตามินซี ไฟเบอร์ จึงช่วยทำให้บำรุงผิวพรรณให้สวย เปล่งปลั่ง ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดความแห้งกร้านของผิว เพิ่มความนุ่ม ชุ่มชื้น ยืดหยุ่นให้กับผิว และยังช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยเช่นกัน
  1. สับปะรด (Pine Apple) : มีสารที่ช่วยให้มีผิวใส หุ่นสวย ที่บำรุงร่างกายและผิวพรรณได้เป็นอย่างดี อาทิ สาร Antioxidant, วิตามินซี, เบต้าแคโรทีน, และแมงกานีส ที่มีอยู่ในเนื้อสับปะรด ที่ช่วยป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายโครงสร้างของเซลล์ผิวหนัง
  2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (Berry) : ผลไม้ในตระกูลเบอร์รรี่ ขึ้นชื่อว่าเป็น Super Antioxidant ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง ฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอย ชะลอวัย ช่วยในการป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตา เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย และช่วยควบคุมน้ำหนักตัว

และนี้ก็เป็น “ผลไม้ที่ฮอตฮิต ยอดนิยม” ที่มี วิตามินซี สูง และมักจะเป็นสารสกัดมีอยู่ในอาหารเสริมสำหรับบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส อยู่เสมอ ๆ สาว ๆ คนไหนสนใจอย่างมีผิวพรรณที่ขาว กระจ่างใส ก็สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีสารสกัดของผลไม้เหล่านี้มารับประทานก็ได้เช่นกัน เพราะ หาซื้อง่าย ทานง่าย สะดวก ประหยัดเวลา ทั้งยังบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , ,
วิตามินซีในรูปของอาหารเสริม

วิตามินซีในรูปของอาหารเสริม

วิตามินซีในรูปของอาหารเสริม

เนื่องด้วยในปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้คนส่วนมากนั้น มีความเร่งรีบและไม่ค่อยมีเวลามากนัก การทานวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อย่างดูแลตัวเอง เพราะสะดวก ง่ายต่อการรับประทาน มากกว่าการทานวิตามินซีจากผัก ผลไม้ วันนี้เราจึงจะพามาทำความรู้จักวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมมากขึ้น

 

วิตามินซีในรูปของอาหารเสริม

 

วิตามินในรูปของอาหารเสริม

  1. อาหารเสริมอย่างวิตามินซี มีหลากหลายรูปแบบที่ผลิตออกมาให้เลือกซื้อรับประทาน ทั้งแบบเม็ด แคปซูล ผง น้ำ หรือแม้แต่ลูกอม ส่วนจะเลือกซื้อทานแบบไหนก็ขึ้นอยู่ที่ความสะดวกและความชอบของแต่ละคน
  2. การเลือกซื้อวิตามินซี ควรเลือกฉลากแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วน มีเลข อย. ที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัย
  3. ควรเลือกวิตามินซีในรูปของอาหารเสริมที่สกัดมาจากสารสกัดธรรมชาติ อย่าง Acerola Cherry หรือมี ไบโอฟาโวนอยด์ รูติน และเฮาเพอริดิน ประกอบอยู่ในวิตามินซี เพื่อให้การทานวิตามินซีเกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยให้วิตามินซีดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
  4. ในแต่ละวันควรทานอาหารเสริมวิตามินซี ปริมาณ 500-4,000 mg. เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ

ทานวิตามินซีตอนไหนดีที่สุด

ควรทานเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ จะให้ดีควรเลือกเป็นช่วงเช้าประมาณ 9-10 โมงเช้า หลังทานอาหารเสร็จ หรือ ก่อนนอน เพราะจะช่วยให้วิตามินซีดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย นำไปใช้ได้โดยมีตัวนำพา และจะต้องเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งจะอยู่ที่ 1,000-2,000 มิลลิกรัม ขึ้นไป และควรเก็บรักษาตามทำแนะนำข้างฉลาก เพราะวิตามินซีมีโอกาสเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสโดนออกซิเจน ความร้อน และความชื้นในอากาศ

ประโยชน์ของการทานวิตามินซี

  1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์
  2. ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ชะลอความเสื่อมของผิว
  3. ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใส
  4. บำรุงผิวไม่ให้คล้ำเสียจากแสงแดด
  5. ช่วยลดจุดด่างดำ รอยแดง รอยดำจากสิว
  6. ช่วยลดการอักเสบ การเกิดสิว
  7. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดอาการภูมิแพ้
  8. ป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ลดอาการไข้หวัด และต่อต้านเชื้อไวรัสต่างๆ
  9. ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวามากขึ้น
  10. ช่วยสนามแผล ให้แผลกายเร็วยิ่งขึ้น

โทษของการทานวิตามินซีมากเกินความจำเป็น

แน่นอนว่าของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เมื่อเรารับประทานเข้าไปเกินขนาด เกินตวามจำเป็นที่ร่างกายต้องการก็ย่อมส่งผลเสียให้กับร่างกายเช่นกัน และผลเสียหรือโทษของการทานวิตามินซีมากเกินความจำเป็น คือ อาจทำให้เกิดภาวะได้รับธาตุเหล็กมากเกิน เนื่องจากวิตามินซีมีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ดังนั้นเมื่อทานวิตามินซีมากไป ก็จะทำให้ได้รับธาตุเหล็กมากไปด้วย ซึ่งก็อาจเกิดผลเสียได้ และอาจทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคบางโรคเกิดความผิดพลาด เช่น โรคเบาหวาน มะเร็งหรือการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ เป็นต้น

ดังนั้น วิตามินซี จึงเป็นวิตามินทีมีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยเรื่องบำรุงผิวพรรณให้ผิวขาวกระจ่างใสดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น และช่วยบำรุงให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก โดยสามารถทานวิตามินซีได้ทั้งจากพืชผักผลไม้ทั่วไป หรือจากวิตามินซีในรูปของอาหารเสริม แต่ทั้งนั้ทั้งนั้นก็ควรทานวิตามินซีในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , ,
เคล็ดลับทาน วิตามินซี อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เคล็ดลับทาน วิตามินซี อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เคล็ดลับทาน วิตามินซี อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

วิตามินซี สำคัญอย่างไร?

            วิตามินซี เป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะหากร่างกายขาดวิตามินซี ไปแล้วนั้น อาจจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย ภูมิต้านทานในร่างกายไม่แข็งแรง เราจึงควรทานวิตามินซีไม่ว่าในรูปแบบผัก ผลไม้ หรือ อาหารเสริม เข้าสู่ร่างกาย เพื่อบำรุงร่างกายให้ดีสุขภาพดี

 

เคล็ดลับทาน วิตามินซี อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

 

ทานวิตามินซี ตอนไหนดีที่สุด

ช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด อาจจะแบ่งกินวันละ 2 มื้อหลังอาหาร เช่น หลังอาหารเช้า หลังอาหารตอนเย็น แต่ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นที่ต้องได้รับวิตามินซีในแต่ละคน  ในช่วงเช้า ควรรับประมาณช่วงระหว่างเวลา 9 โมงเช้า ถึง 10 โมงเช้าจะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี และที่สำคัญ ไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายทำงานหนัก รบกวนการพักผ่อนในเวลากลางคืน ทำให้นอนหลับยาก พักผ่อนไม่เพียงพอ

ทานวิตามินซี อย่างไรให้ได้ผล

การทานวิตามินซีให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพนั้น ควรทานพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารจะดีที่สุด และไม่แนะนำให้กินตอนท้องว่าง เพราะ วิตามินซี มีฤทธิ์เป็นกรด อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหารขึ้นได้ อีกทั้ง การทานวิตามินหลังอาหาร ร่างกายจะสามารถดูดซึมวิตามินให้ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้สารอาหารต่างๆ ที่กินเข้าไปพร้อมๆ กันสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

ผลเสียเมื่อร่างกายขาด วิตามินซี

ร่างกายที่ได้รับวิตามินไม่เพียงพอ หรือน้อยเกินไป จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเริ่มอ่อนแอลง ทำให้เกิดอาการป่วย เป็นหวัดได้ง่าย มีเลือดออตามไรฟัน เป็นลักปิดลักเปิด และผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส  เพราะในวิตามินซีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยในการต่อต้านความชรา กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวได้เป็นอย่างดี หากร่างกายได้รับวิตามินซีเพียงพอ ก็จะทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส เรียบเนียน ยืดหยุ่นและกระชับเต่งตึงขึ้น

ผลเสียเมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไป

ร่างกายได้รับวิตามินซีมากกว่าวันละ 2,000 มิลลิกรัม โดยกินในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ย่อมอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เช่น กระเพาะอาหารระคายเคือง มีอาการไม่สบายท้อง แสบท้อง ปวดมวนท้อง ท้องเสียอย่างรุนแรง โลหิตจาง และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต เมื่อทานวิตามินซีเข้าไปจึงควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อให้วิตามินสามารถละลายกับน้ำ ทั้งยังสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย โดยที่ไม่เกิดการสะสมในไต

 

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด

เนื่องจากในปัจจุบันมี ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี วางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมากมีให้เลือกหลายยี่ห้อ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิตามินซี ที่สกัดจากธรรมชาตอย่าง Acerola Cheery  ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีวิตามินซี มากกว่า ส้ม ถึง 65 เท่า

ผลิตภัณฑ์วิตามินซี ACEROLA CHERRY มีส่วนประกอบที่สำคัญและมีคุณภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่วิตามินซีจากผลไม้ทั่วไป แต่ยังมีส่วนประกอบเป็น วิตามินซี จากผลไม้หายาก ที่มีส่วนช่วยบำรุงร่างกายมากกว่าแค่การดูแลผิวให้สวยเพียงอย่างเดียวเช่น เป็นวิตามินซีจากผลไม้จำพวก Acerola Cherry ที่สามารถช่วยต่อต้านอาหารอักเสบของแผลให้หายเร็ว ช่วยบรรเทาอาการแพ้ อาการหอบหืด ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก เป็นต้น

ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์วิตามินซี ACEROLA CHERRY มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้ขาวเนียนกระจ่างใสขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง จึงช่วยให้ลดเลือนริ้วรอย ชะลอวัย ลดจุดด่างดำ อ่อนเยาว์ และยังมีช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันและปกป้องเซลล์ต่างๆในร่างกายไม่ให้สารอนุมูลอิสระทำลาย ทั้งยับช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราชนิดต่างๆ ช่วยยับยั้งสารอีสตามิน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ที่ร่างกายผลิตขั้นมาได้ด้วยเช่นกัน

 

การทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ก็เป็นเพียงตัวช่วยหนึ่ง ที่ช่วยให้เรารับประทานเข้าไปเสริมสร้างส่วนที่ขาด ควรจะรับประทานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ได้เป็นยาวิเศษหรือยาที่จะใช้รักษาโรคทานต่างๆให้หาย การทานวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมก็เพื่อความสะดวก และง่ายต่อการรับประทาน เพราะปัจจุบันวิถีการใช้ชีวิตของคนเร่งรีบจนบางครั้งไม่มีเวลามากพอที่จะสรรหาของที่มีประโยชน์ให้กับร่างกาย อาหารเสริมจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับใครที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

 

 

Tags: , , , , , ,
ทานอาหารเสริมอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ทานอาหารเสริมอย่างไร? ให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ทานอาหารเสริมอย่างไร? ให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

อาหารเสริมนั้นในแต่ละประเภทของอาหารเสริมก็จะให้ประโยชน์แตกต่างไม่เหมือนกัน ซึ่งอาหารเสริมนั้นจะมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสารอาหาร แร่ธาตุ เพิ่มเติมให้กับร่างกายจากภายนอกโดยการรับประทานเข้าไป อาหารเสริมมีหลายรูปแบบที่ผลิตออกมาให้สามารถเลือกรับประทานได้ตามความชอบของแต่ละคน มีทั้งรูปแบบ เม็ด แคปซูล ผง หรือ น้ำ ส่วนสารอาหารที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารเสริม ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน พืช ผัก สมุนไพรต่าง ๆ

 

ทานอาหารเสริมอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

 

ทำไมต้องทานอาหารเสริม

ผู้ที่มีความจำเป็นต้องทานอาหารเสริม คือ ผู้ที่กำลังป่วยด้วยภาวะต่าง ๆ ผู้ที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าร่างกายมีภาวะขาดสารอาหารชนิดใด ๆ ก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตร และผู้ที่ไม่สามารถบริโภคสารอาหารเหล่านั้นได้ในปริมาณที่ร่างกายสมควรได้รับ และการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะหากร่างกายขาดสารอาหารบางชนิด อาจทำให้เกิดภาวะอาการป่วยที่สร้างปัญหาแก่สุขภาพ

 

ทานอาหารเสริมให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

อาหารเสริมที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดไม่ใช่ทุกตัวที่จะผลิตและปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก อย. การทานอาหารเสริมควรจะตรวจสอบและตรวจเช็คให้ดีเสียก่อนที่จะซื้อมารับประทานว่าอาหารเสริมตัวนี้ปลอดภัยไหม มีฉลากที่ให้ข้อมูลครบถ้วนไหม มีเลขจดแจ้งเลข อย. ที่สามารถตรวจสอบไดด้หรือไหม เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของร่างกาย ถึงแม้อาหารเสริมบางชนิดจะผ่านการทดลองในห้องปฏิบัติการมาแล้ว แต่อาหารเสริมและส่วนประกอบในอาหารเสริมเหล่านั้น อาจยังไม่ได้รับการพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเสมอไป และหากเราบริโภคอาหารเสริมอย่างผิดวิธี หรือเกินปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภคได้ โดยมีขั้นตอนในการทานอาหารเสริมให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ดังนี้

  • ควรพิจารณาและขอคำปรึกษาข้อมูลของอาหารเสริมแต่ละชนิดที่ต้องการรับประทาน เช่น ประโยชน์ต่อสุขภาพทั่วไปจากการบริโภคอาหารเสริม ความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายของผู้ที่ต้องการบริโภค ความปลอดภัยและความเสี่ยง วิธีรับประทาน ปริมาณ และระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการบริโภค หรือแม้แต่ข้อห้ามในการรับประทาน ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด
  • ศึกษาข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ ว่าอาหารเสริมมีส่วนผสมในบาง ที่เราทานได้และไม่มีอาการแพ้ เช่น อาหารเสริมบางชนิดมีส่วนผสมของอาหารทะเล ผู้ที่แพ้อาหารทะเลจึงไม่ควรรับประทาน
  • ม่บริโภคอาหารเสริมเพื่อรักษาอาการป่วยที่ตนสงสัย แต่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์ว่าควรบริโภคอาหารเสริมชนิดนั้น และไม่บริโภคอาหารเสริมแทนการใช้ยารักษา หรือบริโภคร่วมกับยารักษาชนิดใด หากไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • หากมีการรักษา หรือต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือเข้ารับการรักษาใด ๆ ให้แจ้งกับแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้งว่ากำลังรับประทานอาหารเสริมชนิดใดอยู่
  • ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ต้องระมัดระวังในการใช้อาหารเสริมใด ๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะสารเคมีที่ร่างกายได้รับ อาจส่งต่อไปยังบุตร และทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อทารกได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และบริโภคอาหารเสริมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หลังบริโภคอาหารเสริม หากพบผลข้างเคียงเป็นอาการเจ็บป่วยใด ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที และแจ้งให้แพทย์ทราบว่ากำลังบริโภคอาหารเสริมชนิดใดอยู่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม เพราะอาจจะทำให้อาการของโรคแย่ลง หรือมีผลข้างเคียงต่อยาที่ใช้ในปัจจุบัน

ดังนั้นการทานอาหารเสริมแต่ละชนิด ให้ปลอดภัยขึ้นต่อการรับประทานก็ต่อเมื่อผู้บริโภคทานอาหารเสริมได้อย่างถูกวิธี ในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสม ตามทำแนะนำ วิธีรับประทานข้างฉลาก หรือตามคำแนะนำจากแพทย์ และต้องซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือด้วยเช่นกัน

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , ,
เบอร์รี่ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

เบอร์รี่ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

เบอร์รี่ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

เบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่อยู่ตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งมีอยู่หลายหลากชนิดทั่วโลก ทั้งที่รู้จัก เคยเห็น เคยรับประทาน และทั้งที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น ไม่เคยรับประทาน ซึ่งผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อย่าง สตอเบอร์รี่ เชอร์รี่ ที่ถ้าเอ่ยชื่อขึ้นมาคงไม่มีใครไม่รู้จัก อาจจะเป็นผลไม้สุดโปรดของใครหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ ที่มีรสชาติอร่อย อมเปรี้ยวอมหวาน แถมยังมีประโยชน์ อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมารู้จักผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กันค่ะ ว่ามีอะไรอย่าง แล้วแต่ละชนิดที่ประโยชน์อย่างไร

เบอร์รี่ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ด้านสุขภาพ

  • เสริมสร้างเซลล์เนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ
  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น
  • ช่วยบำรุงประสาท ช่วยบำรุงสมอง คลายเครียด
  • ช่วยถนอมสายตา ให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
  • ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล
  • ช่วยบำรุงสายตา ถนอมสายตา
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

­

ประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ด้านความงาม

  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น
  • ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ
  • ชะลอความเสื่อมของผิว ลดริ้วรอย
  • ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เรียบเนียน
  • เสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว
  • ฟื้นฟู ซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีอะไรบ้าง?

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น เป็นผลไม้เมืองหนาว หรือผลไม้ที่ชอบอากาศหนาวที่มีหลายหลายสายพันธ์ ที่มีเส้นใยอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในเรื่องบำรุงผิวพรรณ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น และเบอร์รี่บางสายพันธ์ก็ยังช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้ด้วยเช่นกัน โดยประโยชน์และสรรพคุณของเบอร์รี่แต่ละชนิดมีดังต่อไปนี้

สตอเบอร์รี่ (Strawberry) อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้แคลอรี่ต่ำ มีวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซีสูง  มีกรดโฟลิกที่ดีต่อหัวใจ และมีสารแอนโธไซยานินซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ อย่าง กล้วย ส้ม องุ่นแดง กีวี มะเขือเทศ เป็นต้น เส้นใยของตอเบร์รี่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่าย มีส่วนช่วยชะลอขบวนการเสื่อมสภาพของดวงตา และยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาว กระจ่างใส

ราสเบอร์รี่ (Raspberry) อุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ช่วยทำให้ผิวพรรณสวยงาม กระจ่างใส ช่วยต้านการอักเสบที่ลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังป้องกันการโจมตีของโรคหัวใจและการไหลเวียนของเลือด และมีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งและสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคมะเร็งในลำไส้

อะเซโรล่า เชอร์รี่  (Acerola Cherry)  เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามินซี ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 65 เท่า มีโปรตีนและแร่ธาตุสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสาระสำคัญตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene สามารถช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล ช่วยเสริมคอลลาเจน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน ปกป้องผิว ลดริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวกระจ่างใส

แบล็คเบอร์รี่ (Black Berry)  มีทั้งไฟเบอร์ โฟลิก แอซิด และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และอี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม มีสารต้านการจับอนุมูลอิสสระ ชะลอวัย ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยบำรุงประสาท ช่วยบำรุงสมอง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

บิล เบอร์รี่ (Bilberry) ช่วยในเรื่องของเป็นวิตามินบำรุงสายตา ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ต่อต้านริ้วรอย มี วิตามิน A,C,โซเดียม,ฟอสฟอรัส,สังกะสี รวมถึงแคลเซียม แมงกานิส และไบโอฟลาโวนอยด์ (วิตามิน P) ทีมีส่วนช่วยในการทำงานร่วมกันกับวิตามินซี ช่วยแก้ปัญหาของสายตา เช่น อาการเหนื่อยล้าจากการทำงานมองหน้าจอคอม การขับขี่รถยนตร์ที่ต้องใช้สายตาเวลานาน ๆ การอ่านหนังสือ หรือเล่นมือถือ

แครนเบอร์รี่ (Cranberry) ผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีแดงสด ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่ช่วยขยายหลอดเลือดแก้ปัญหาระบบทางเดินหายใจ แครนเบอร์รี่ยังมีฤทธิ์ที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มีสารแทนนินที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียอีโคไล ที่บริเวณผนังทางดินปัสสาวะ จึงเหมาะกัยผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปัสสาวะอักเสบ

อาไซอิ เบอร์รี่ (Acai Berry) อุดมไปด้วย สารแอนโทไซยานินส์ ที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยต้านความเสื่อมความชราของร่างกาย ช่วยขับสารพิษในเซลล์ และยังมี ไฟโตเสตอรอล ในปริมาณสูง ตึงสามารถช่วยลดไขมันเลว (LDL, HDL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) หรือ Wolf Berry มีกรดอะมิโนถึง 19 ชนิด และแร่ธาตุอาหารอีก 21 ชนิด มีโปรตีนมากกว่าโฮลวีท ซึ่งโกจิเบอร์รี่นั้นจะช่วยให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ขึ้น ชะลอความเสื่อมของผิว และยังช่วยบำรุงสายตา ลดความเมื่อยล่าของการใช้สายตาในเวลานาน  ชะลอความเสื่อมชของจอประสาทตา แก้อาการตามัวในตอนกลางคืน ทั้งยังชาวยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แก้อาหารอ่อนเพลีย บำรุงหัวใจให้แข็งแรง ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด และช่วยเสริมความจำและคลายเคลีย

บลูเบอร์รี่ (Blueberry)  มีใยอาหารสูง มีสารเพคตินที่ช่วยทำหน่าที่ลดระดับคลอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาล ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด ช่วยป้องกันการเสื่อมของเชลล์ในร่างกาย และยังช่วยฟื้นฟูความจำได้ดีแก่ผู้สูงอายุ

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ อ่านกันเพลินเลยใช่ไหม จริงๆแล้วผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นยังมีอีกมาก อาทิ อัลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberry) ที่ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส ช่วยป้งกันบรรเทาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และ แบล็กเคอร์เรนต์ (Black Currant) ที่ถูกยกให้เป็น “ราชาแห่งเบอร์รี่” ที่มีวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 4 เท่า เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างคอลลาเจน บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ลดริ้วรอย บำรุงเส้นผม บำรุงสายตา ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จึงมีประโยชน์และมีคุณค่ามากกว่าที่คิด ให้ประโยชน์ทั้งก้านสุขภาพ และ ด้านผิวพรรณ ความงาม

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , ,
โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) มีประโยชน์มากกว่าบำรุงผิว

Q10 ประโยชน์มากกว่าบำรุงผิว

Q10 ประโยชน์มากกว่าบำรุงผิว

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10)  มีประโยชน์มากกว่าบำรุงผิว

หลายคนคงพอคุ้ยเคยและเคยได้ยินสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) หรือเคยเห็นผ่านตาข้างฉลากหรือในโฆษณาอยู่บ่อยครั้ง  ที่ช่วยในเรื่อง Anti-Aging ลดริ้วรอย ชะลอความแก่ ให้ผิวอ่อนเยาว์ แต่น้อยคนนักจะทราบว่ายังมีประโยชน์อีกหลายด้าน นอกจากเรื่องบำรุงผิว วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) กันว่ามีประโยชน์ด้านใดบ้าง

 

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) มีประโยชน์มากกว่าบำรุงผิว

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10)

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) นั้นมีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย เป็นสารที่มีคุณสมบัติละลายไขมัน โดยอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้มของไมโตคอนเดรีย ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานพื้นฐานของเซลล์  โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) พบมาในอวัยงะที่ต้องการพลังงานสูง เช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต กล้ามเนื้อ

            เมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่อายุที่เพิ่มมากขึ้น และอวัยวะเริ่มเสื่อมสภาพไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) ที่เคยมีอยู่ในร่างกายก็ลดลง และไม่สามารถผลิตเพิ่มขึ้นมาได้เท่ากับช่วยวันรุ่น จึงส่งผลให้เกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัย ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังพบโคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) มากในอาหารจำพวก น้ำมันปลา ปลาทะเลน้ำลึก ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน อาหารทะเล ไข่ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ตับ ไต หัวใจ นม น้ำมันถั่งเหลือง รำข้าว เป็นต้น

 

ประโยชน์ต่อผิวพรรณ

            ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างพลังงานระดับเซลล์ผิว ปกป้องเนื้อเยื้อคอลลาเจนและอิลาสตินจากรังสี UVA ให้เซลล์ผิวแข็งแรง ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ปรับสภาพฟื้นฟูผิวให้กลับมาสุขภาพดี ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ชะลอวัย ให้เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

 

ประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

            โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) สามารถเพิ่มการส่งเลือดออกจากหัวใจได้ และเพิ่มระยะเวลาในการออกกำลังกายได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ มีฤทธิ์ช่วยป้องกันการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจไม่ให้ล้มเหลว ถ้าร่างกายได้รับ โคเอนไซม์ คิวเทน ที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในสถาวะที่ปกติ

 

ประโยชน์ต่อสมอง

            โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) จะช่วยบรรเทาอาการของผู่ป่วยที่เกิดกับสมองดีขึ้น เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ที่มีปริมาณ โคเอนไซม์ คิวเทน ในสมองลดลง เมื่อได้รับโคเอนไซม์ คิวเทน ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยให้อาการต่างๆดีขึ้นได้

 

ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) ยังช่วยลดผลข้างเคียงของยาลดไขมัน ลดคอเลสเตออรอลในเลือดกลุ่มสแตตินได้อีด้วย เนื่องจากยาเหล่านี้จะส่งผลในปริมาณ โคเอนไซม์ คิวเทน ในร่างกายลดลง นำไปสู่อาการกล้ามเนื้อแขน ขา อ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งจะพบมากในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้ยาเป็นปริมาณมาก เป็นเวลานาน ทั้งยังช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกายที่เป็นต้นเหตุให้เกิดโรค เกิดอาการเจ็บป่วย

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) นั้นมีประโยชน์อย่างมาก ดังนั้นในแต่ละวัน ควรบริโภคอาหารที่มี โคเอนไซม์ คิวเทน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ได้ว่าจะรับประทานในรูปแบบ อาหารเสริม หรือ รับประทานอาหารที่มี โคเอนไซม์ คิวเทน ก็ได้เช่นกัน แต่การรับประทานในรูปแบบอาหารเสริม ก็จะช่วยประหยัดเวลา ง่าย และสะดวกต่อการหาซื้อมารับประทาน ทั้งนั้นหาที่ผู้ป่วยที่ต้องการรับประทานควรปรึกษาแพทย์หรือรับประทานตามที่แพทย์เห็นสมควร

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , ,
อาหารเสริมสำคัญอย่างไร

อาหารเสริมสำคัญอย่างไร?

อาหารเสริมสำคัญอย่างไร?

ในปัจจุบันกระแสการรับประทานอาหารเสริมเพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยความเชื่อและการโฆษณาต่างๆ และด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบจึงทำให้หลายคนไม่มีเวลาทานอาหารหลักให้ครบทั้ง 5 จึงหันมารับประทานอาหารเสริมชนิดต่างๆ เป็นตัวช่วยเสริมประโยชน์ให้กับร่างกาย  ที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ด แบบน้ำ แบบแคปซูล แบบผง  หรือ แบบน้ำ เป็นต้น

อาหารเสริมสำคัญอย่างไร

อาหารเสริม คือ อะไร

อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากมื้ออาหารหลัก อาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกายแพทย์ หรือเพื่อบำรุงร่างกาย บำรุงสุขภาพ ส่วนสารอาหารที่นิยมนำมาสกัดเป็นอาหารเสริม ได้แก่ วิตามินชนิดต่างๆ แร่ธาตุ กรดอะมิโน พืช ผัก สมุนไพร เป็นต้น จึงสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆได้ดังนี้

  1. มัลติวิตามิน (Multi Vitamins) : เป็นอาหารเสริมที่รวมวิตามิน และแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกาย ควรได้รับในแต่ละวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้สดชื่นกระฉับกระเฉง มีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ
  2. โพรไบโอติก (Probiotics) : ร่างกายควรได้รับอาหารเสริมจำพวกจุลินทรีย์และแบคทีเรีย เพื่อประโยชน์ในการย่อยอาหาร ทั้งยังช่วยให้เกิดความสมดุลของระบบการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายได้อีกด้วย
  3. สารสกัดจากพืช (herbal) : อาหารเสริมที่ได้จากสารสกัดจากพืช มันมีประโยชน์และสรรพคุณมาก สามารถสกัดได้จาก ต้นอ่อน (ยอดใบ) ราก ดอก ผล ก้านใบ อาหารเสริมประเภทนี้จะไม่สะสมในร่างกายและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง
  4. กรดอะมิโน (Amino Acid) : อาหารเสริมจำพวกกรดอะมิโน คือ หน่วยย่อยโปรตีน ที่มีหน้าที่บำรุงส่วนต่างๆในร่างกาย บำรุงเส้นผม เล็บ ผิวพรรณ ข้อต่อ กระดูก กล้ามเนื้อ หรือแม้แต่เซลล์เนื้อเยื่อ กรดอะมิโนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต

อาหารเสริมมีความสำคัญอย่างไร

เนื่องด้วยร่างกายของเรานั้น ไม่สามารถสังเคาระห์วิตามินบางชนิดเองได้ จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมที่มีวิตามินชนิดต่างๆเขาไป เพราะบางครั้งการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาจจะไม่เพียงพอ ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามิน แร่ธาตุ รวมถึงสารอนุมูลอิสระประเภทต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการเกิดปฏิกริยาต่างๆ ของร่างกาย เช่น การเผาผลาญเพื่อให้เกิดพลังงาน การเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ การสร้างภูมิต้านทาน และสารต้านการอักเสบ เป็นต้น

ปัจจัยในด้านอื่นๆ อย่างอายุที่เพิ่มมากขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรรับประทานอาหารเสริม เพราะ อายุมากขึ้นประสิทธิภาพของการย่อยและการดูดซึมอาหารลดลง ทำให้การรับสารอาหารแร่ธาตุ วิตามินต่างๆ ลดลงเป็นอย่างมาก

 

ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริม

จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน : การสูบบุหรี่เป็นประจำทุกวัน ติดแอลกอฮอล์ การที่มีพฤติกรรมเช่นนี้เท่ากับการสะสมพิษร้ายไว้ในร่างกาย ส่งผลต่ดสุขภาพในระยะยาว ทั้งรวมถึงพฤติกรรมประเภท นอนดึก นอนน้อย อาการเครียด กินอาหารไม่เป็นเวลา กินอาหารเร็วเคี้ยวไม่ละเอียด พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ร่างกานดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที

ภาวะร่างกายสูญเสียพลังงาน : หญิงตั้งครรภ์  สูงอายุ วัยทอง มีประจำเดือน หรือ ร่างกายปฏิเสธไม่รับอาหาร และเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้ร่างกายสูญเสียสารอาหาร สูญเสียพลังงาน ไปเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเติมความสมบูรณ์เติมสารอาหารให้กับร่างกาย

สภาวะเป็นพิษ : อยู่ท่ามกลางสภาวะสูญเสียพลังงาน ร่างกายสะสมมลพิษไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้ภูมิต้านทานในร่างกายอ่อนแอลง และใช้เวลานานกว่าร่างกายจะขับออกมาหมด จึงทำให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอง่ายกว่าปกติ

อาหารที่รับประทาน : อาหารในปัจจุบันมีกระบวนการแปรรูปอาหารมากขึ้น การทานอาหาร หรือ ร้านอาหารตามสั่ง มีมักทานอาหารประเภทเดิมๆ เป็นประจำ ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมใดๆหรือไม่ สะอาดหรือไม่ นั้นจึงทำให้เราไม่สามารถเลยว่าอาหารที่เรารับประทานไปในแต่ละมื้อครบถ้วนสารอาหาร หรือ ได้รับสารพิษเจือปนไปด้วย

อาหารเสริมที่เหมาะสม ที่ควรซื้อมารับประทาน ต้องเป็นอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายเราให้ดีขึ้น ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด และได้มาตรฐาน ถูกต้องตามที่ อย. กำหนด นั้นจึงมั่นใจได้ว่าอาหารเสริมที่เรารับประทานนั้น มีประสิทธิภาพและรับประทานแล้วปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , ,
สารสกัดจากธรรมชาติช่วย “ลดน้ำหนัก”

สารสกัดจากธรรมชาติช่วย “ลดน้ำหนัก”

สารสกัดจากธรรมชาติช่วย “ลดน้ำหนัก”

ถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก คงไม่มีสาว ๆ คนไหนที่จะไม่สนใจ เพราะ การลดน้ำหนัก เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก บางคนอาจใช้วิธีควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย เพื่อให้ได้น้ำหนักตามที่ตนเองต้องการ บางคนเลือกวิธีการลดน้ำหนักทที่ต่างกันออกไป หรืออาจจะเลือกซื้ออาหารเสริมที่มีส่วนช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก มารับประทานเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก วันนี้เราจึงจะพาสาว ๆ มารู้จักสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ผัก พืช ผลไม้ สมุนไพร ต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติในเรื่อง “การลดน้ำหนัก” มาฝากทุกคนกันค่ะ

 

สารสกัดจากธรรมชาติช่วย “ลดน้ำหนัก”

 

ประโยชน์ของการมีน้ำหนักตัวตามเกณฑ์มาตรฐาน

  • สุขภาพแข็งแรงไม่เสี่ยงเป็นโรค
  • ไขข้อ หัวเข่า ไม่ต่อทนรับแรงกระแทกและน้ำหนักตัวที่เยอะ
  • ร่างกายมีความคล่องตัวสูง
  • มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
  • ร่างกายกระฉับกระเฉง
  • ลดการสะสมของไขมัน

สารสกัดจากทำธรรมชาติช่วย “ลดน้ำหนัก”

สารสกัดเหล่านี้ล้วนเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ที่ได้ถูกนำมาสกัดให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด ที่มีคุณสมบัติช่วยเรื่อง “การลดน้ำหนัก” ได้เป็นอย่างดี จะมีสารสกัดอะไรบ้างนั้น ติดตามกันได้เลยค่ะ

  1. พริกไทยดำ (Black Pepper) : มีคุณสมบัติในการช่วย “ลดความอ้วน สลายไขมัน” ซึ่งในพริกไทยดำมีส่วนประกอบของสารไพเอร์รีน (Piperine) ซึ่งจะมีจุดเด่นในเรื่องการควบคุมยีนส์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการต่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมทั้งยังทำลายเซลล์ไขมันเก่าที่สะสมอยู่ภายในร่างกายให้มีจำนวนลดน้อยลง
  2. ถั่วขาว (White Kidney Bean) : มีคุณสมบัติ “ยับยั้งแป้งและคาร์โบไฮเดรต” ซึ่งในถั่วขาวมีสารที่สามารถช่วยทำให้เอ็นไซม์ เป็นกลาง สารตัวนี้มีหน้าที่ไปช่วยสกัดหรือยับยั้งไม่ให้คาร์โบไฮเดรตกลายเป็นน้ำตาล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันไม่ให้เกิดอาการหิวบ่อย
  3. ไคโตซาน (Chitosan) : เป็นสารสกัดที่ได้จากเปลือกสัตว์ทะเล เช่น ปู กุ้ง มีคุณสมบัติ “ช่วยดักจับไขมัน” ในระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการดูดซึมของไขมันส่วนเกิน จึงมีผลทำให้ช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ และยังช่วยล้างสารพิษของลำไส้ได้อีกด้วย
  4. กระบองพชร (Cactus) : มีคุณสมบัติ “ช่วยลดความอยากอาหาร” ช่วยยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ที่ใช้สร้างไขมัน พร้อมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ทำให้น้ำหนักตัวลดลง ชะลอการดูดซึมน้ำตาล และช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ
  5. สาหร่ายเคลป์ (Kelp Seaweed) : มีหน้าที่ในการช่วยสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน ที่ทำหน้าที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและดีมากขึ้น จึงช่วยลดและสลายไขมันส่วนเกินในร่างกาย
  6. พริก (Chili) : มีคุณสมบัติ “ในการเผาผลาญ” ในพริกนอกจากจะมี วิตามินซี ที่สามารถช่วยขยายเส้นเลือดในลำไส้ และกระเพราะอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ยังมีสาร Capsaicin และ Oleoresin และกรด Ascorbic acid ซึ่งสาร Ascorbic acid ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญอาหารที่ได้รับเข้าไปในแต่ละวัน ให้ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น และยังช่วยทำให้ร่างกายมีการนำพลังงานมาใช้มากขึ้น ทำให้ช่วยลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี
  7. หัวบุก (Konjac Powder) : มีคุณสมบัติ “ช่วยดูดซับไขมัน และน้ำตาล ลดอาหารหิว” บุก มีสารที่ชื่อว่า กลูโคแมนแนน ที่จะช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคสจากทางเดินอาหารไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ช่วยทำให้อิ่มท้อง และยังเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี
  8. ส้มแขก (Garlic) : มีสาร HAC (ไฮดรอกซีซิตริก แอสิด) จำนวนมาก เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการเข้าไปยับยั้งการสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกาย กระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาใช้เป็นพลังงานทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ลดลง ช่วยให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ทำให้น้ำหนักลด มีรูปร่างที่เพรียวยิ่งขึ้น
  9. ชาเขียว (Green Tea) : ในชาเขียว มีคุณสมบัติ “ช่วยเพพิ่มอัตราการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต” ช่วยในการสลายไขมัน ทำให้น้ำหนักตัวลดลง ช่วยล้างพิษ เร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ควบคุมระดับน้ำตาล และระดับโคเรสเตอรอล ช่วยให้หน้าท้องแบนราบ

และทั้งหมดที่กล่าวมาก็ล้วนแต่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยในเรื่อง “การลดน้ำหนัก” มีที่คุณสมบัติเฉพาะตัวในการช่วยเรื่องลดน้ำหนัก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงมีสารสกัดจากธรรมชาติอีกมากที่สามารถช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักได้เช่นกัน อาทิ กระเจี๊ยบแดง, ขิง , กระชายดำ เมล็ดกาแฟสด เป็นต้น

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , ,
รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง Detox

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง Detox

วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาทำความรู้จักสารสกัดจากธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยเรื่อง ดีท๊อกซ์ (Detox) ว่าจะมีสารสกัดจากธรรมชาติชนิดใดบ้าง และสารสกัดเหล่านี้ก็ล้วนแต่ถูกนำมาเป็นสารสกัดหลักในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีวางจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อรับประทาน และนั้นก็ถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยาก ดีท๊อกซ์ (Detox) ได้เป็นอย่างดี

รวมฮิตสารสกัดที่ช่วยในเรื่อง

 

ประโยชน์ของการดีท๊อกซ์ (Detox)

ดีท๊อกซ์  ช่วงเวลาที่ผ่านมาชื่อนี้ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย เพราะกำลังเป็นกระแสความนิยมจากกลุ่มคนที่รักสุขภาพการดีท๊อกซ์ คือการล้างลำไส้ ล้างเอาสารพิษต่างๆ สิ่งสกปรก ของเสียสะสม ออกมาจากร่างกาย เพราะหากสิ่งเหล่านี้ถูกสะสมเป็นเวลานานในลำไส้ไม่มีการทำความสะอาด หรือ ทำการดีท๊อกซ์ ก็อาจส่งผลให้ร่างกายเกิดการสูญเสียความสมดุล และอาจมีปัญหาสุขภาพตามมา และประโยชน์ของการดีท๊อกซ์นั้น มีดังต่อไปนี้

  • ทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล ลำไส้ทำงานปกติ
  • ปรับปรุงการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก
  • บำรุงและปรับปรุงการทำงานของตับ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
  • ผิวพรรณกระจ่างใส เปล่งปลั่ง
  • เพิ่มระดับพลังงานภายในร่างกาย

สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยเรื่อง ดีท๊อกซ์ (Detox)

ชาเขียว (Green Tea) : ชาเขียว ที่หลายๆคนชื่นชอบนั้น จะช่วยให้ร่างกายเรากำจัดสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงการทำงานของตับซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการ “ดีท๊อกซ์” ชาเขียวช่วยให้ร่างกายชุ่มชื่น ช่วยขับสารพิษ สิ่งตกค้าง ออกจากร่างกาย ทั้งยังช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักให้ลดลง จึงได้น่าแปลกใจที่ชาเขียวจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆในสารสกัดของอาหารเสริม

 

ขิง (Ginger) : ถือได้ว่าเป็นสมุนไพร ที่ช่วยในการ “ดีท๊อกซ์” ได้ดี เพราะมีสารประกอบที่เรียกว่า Gingerols และ Shogaols เป็นตัวช่วยเสริมการดีท๊อกซ์ โดยทำงานในการเร่งการเคลื่อนไหวของอาหารผ่านลำไส้ และในทางกลับกันก็จะช่วยขจัดของเสียที่เป็นอันตราย และสารพิษต่าง ๆ ออกจากลำไส้ใหญ่ ตับ และอวัยวะอื่นๆ

 

ใยอาหารจากผัก (Fiber) :  ไฟเบอร์จะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยลดอาหารท้องผูก กระตุ้นระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี   ช่วยล้างสารพิษออกจากลำไส้ กำจัดของเสียตกค้าง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคริดสีดวงทวาร และลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไฟเบอร์เป็นเส้นใยหารที่ทำให้รู้สึกอิ่ม ไม่มีพลังงาน จึงเหมาะแก่คนที่อยากลดน้ำหนัก รักษาหุ่นได้เช่นกัน

 

ผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus)  : ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อุดมไฟด้วยไฟเบอร์ วิตามินชนิดต่างๆ ที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย เร่งการเผาผลาญ และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการดีท๊อกซ์ ทั้งยังช่วยยับยั้งสัญญาณการก่อเกิดของโรคมะเร็งบางชนิด

 

มะละกอ (Papaya) : มีสารต้านอนุมูลิอิสระ มีวิตามินซี และยังมีเอนไซม์ที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี และยังมีสารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการขับสารพิษจากตับ ช่วยเรื่องผิวพรรณ ชะลอวัยได้อีกด้วย

 

กระเทียม (Garlic) : ได้ชื่อว่าเป็นผักที่ช่วย “ดีท๊อกซ์” ได้อย่างยอดเยี่ยม มีสารประกอบในกระเทียมสามารถกำจัดแบคที่เรียที่เป็นอันตรายและยีสต์ในลำไส้ ทั้งยังช่วยล้างสารพิษในระบบทางเดินอาหาร ช่วยบำรุงการทำงานของตับ กระตุ้นตับให้ผลิตเอนไซม์ที่จะมาช่วยดีท๊อกซ์ร่างกายได้ เอนไซม์จจะตรงเข้าไปกักพวกสารพิษต่าง ๆ ออกจากระบบย่อยอาหาร และยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้เช่นกัน

 

บร๊อคโคลี่และต้นอ่อนบร็อคโคลี่ (Broccoli, Broccoli Sprouts) : หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินหรือรู้จักต้นอ่อนบร็อคโคลี่ แต่หาไม่ว่า “เจ้าต้นอ่อนบร็อคโคลี่” นั้น มีดีกรีที่ช่วยในเรื่องการดีท๊อกซ์ ได้ดีกว่าบร็อคโคลี่ปกติที่เราทานกันอยู่ประจำ เพราะต้นอ่อนบร็อคโคลี่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่จะช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี

และนี้ก็เป็นเพียงแค่สารสกัดจากธรรมชาติบางส่วนเท่านั้น ที่ช่วยในเรื่องของการดีท๊อกซ์ ซึ่งที่จริงแล้วยังมีสารสกัดอย่างเช่น อะโวคาโด, แอปเปิ้ล, มะขาม, ส้มแขก, เม็ดแมงลัก, เม็ดเจีย, ก็สามารถช่วยในเรื่องของการดีท๊อกซ์ได้ดีเช่นกัน ซึ่งหวังว่าทุกคนจะได้รับข้อมูลและประโยชน์ที่ดีที่เรานมาฝากกันนะคะ

หากใครที่สนใจอยากจะดีท๊อกซ์ ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี ทั้งทางการแพทย์ ทางการรับประทาน ทางการสวนลำไส้ แต่วิธีที่ดูจะง่ายที่สุดคงเป็นการดีท๊อกซ์จากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบัน ที่ช่วยในเรื่องของการดีท๊อกซ์ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องของการดีท๊อกซ์แล้ว ยังมีสารสกัดอื่น ๆ ที่เป็นตัวช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณ ดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี  แต่อย่าลืมว่าการที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้น เราต้องตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นถูกต้องตาม อย. และปลอดภัย จึงค่อยซื้อมารับประทาน

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , , , , , , ,
เสริมอาหาร คือ อะไร?

เสริมอาหาร คือ อะไร?

เสริมอาหาร คือ อะไร?

ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplements)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplements) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานนอกเหนือจากการรับประทานอาหารตามปกติ โดยจะมีส่วนประกอบของสารอาหาร และอาจมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น เอนไซม์ ใยอาหาร เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เราทานกันนั้นไม่เหมือนกับยา จึงไม่มีผลในการป้องหัน หรือรักษาโรค และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องดูแลสุขภาพ มากกว่าผู้ป่วย

ในทางเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะแตกต่างจาก อาหารเสริม ซึ่ง อาหารเสริม นั่นหมายถึงอาหารที่ให้รับประทานเพิ่มเติมนอกเหนือจากอาหารหลัก โดยที่การทานอาหารเสริมนั่นมีวัตุประสงค์ต่าง ๆ เช่น เพื่อช่วยให้สุขภาพแข็งแรง เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย หรือเพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี  บุคคลทั่วไปจึงมักเข้าใจผิดว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ อาหารเสริม คืออย่างเดียวกัน และมักเรียกรวม ๆ ว่า อาหารเสริม

 

เสริมอาหาร คือ อะไร?

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีกี่ประเภท?

โดย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะแบ่งออกเป็นกลุ่ม / ประเภทได้ดังนี้

  1. วิตามิน (Vitamins) ได้แก่ วิตามินเอ (Vitamin A), วิตามินบี (Vitamin B), วิตามินซี (Vitamin C), วิตามินดี (Vitamin D), วิตามินอี (Vitamin E), และ กรดโฟลิก (Folic Acid)
  2. แร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ ได้แก่ แคลเซียม, สังกะสี หรือ Zinc, เหล็ก, แมกนีเซียม, ซิลีเนียม
  3. กรดอะมิโน (Amino Acids) ได้แก่ ทริปโตเฟน, กลูตามีน, อาร์จินีน, ไทโรซีน, ทอรีน, หรือ กรดอะมิโนโซ่กิ่ง (BCAA) ซึ่งประกอบไปด้วย วาสลีน, ไอโซลิวซีน, และ ลิวซีน
  4. กรดไขมัน (Fatty Acids) ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids), กรดไขมันโอเมก้า-6 (Omega-6 Fatty Acids)
  5. สมุนไพร และสารสกัดจากพืช (Herbs and Herbal Extracts) ได้แก่ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น, ขิง, กระเทียม, เอ็กไคนาเซีย, แปะก๊วย, โสม, วาเลอเรียน และ คาวา เป็นต้น
  6. สารสกัดจากสัตว์ (Animal Extracts) ได้แก่ น้ำมันปลา (Fish Oil), น้ำมันตับปลา (Cod liver Oil), สารสกัดจากหอยนางรม, กระดูกอ่อนปลาฉลาม เป็นต้น

 

รูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplements)

รูปแบบของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จะมีอยู่หลายรูปแบบให้เราได้เลือกสรรมากมายตามความชอบ และความเหมาะสม ซึ่งส่วนมากจะมีรูปแบบดังต่อไปนี้

แบบอัดเม็ด (รูปทรงกลม, เหลี่ยม, รี)

ลักษณะนี้คือ การนำผงของยามาผสานกับสารที่สามารถอัดเข้าด้วยกันได้ สามารถกำหนดปริมาณได้ว่าจะอัดเป็นเม็ดขนาดไหน ข้อดีคือ ออกฤทธิ์ได้เร็วและตรงตามเวลาที่ต้องการ สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสีย คือ อาจจะมีกลิ่น และรสชาติที่ไม่ค่อยรู้ใจนัก ทำให้รับประทานบำลาก

แบบแคปซูลแข็ง

ในรูปแบบแคปซูลเราจะเห็นกันได้บ่อยๆมากกว่ารูปแบบอื่น ซึ่งก็มีหลายขนาด ส่วนใหญ่ตตัวแคปซูลจะทำมาจากเจลาตินของสัตว์ ข้อดี คือ สามารถกลบกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ของสารต่าง ๆ ได้หมด ทานง่าย และ ควบคุมการปล่อยสารสกัดสำคัญออกมาได้เป็นอย่างดี ข้อเสีย แคปซูลแข็งจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ช้ากว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบอื่น ๆ

แบบแคปซูลนิ่ม (ซอฟเจล)

แคปซูลประเภทนี้จะเหมาะกับสารประเภทที่อ่อนแอต่อสภาวะอากาศ ไวต่อสิ่งเร้า ส่วนใหญ่จะบรรจุพวกน้ำมันต่าง ที่ไม่สามารถทำให้ผงได้  ข้อระวังสำหรับบสงคนที่มีปัญหาสิว หน้ามัน หรือไขมันส่วนเกินที่อยากจะหลักเลี่ยงสารที่อยู่ในรูปแบบน้ำมันก็อาจจะต้องทานในรูปแบบอื่นแทนจึงจะดีกว่า

แบบแคปซูลเซลลูโลส

จะมีลักษณะที่แข็ง ที่เปลือกห่อหุ้มทำมาจากเส้นใยของผัก ข้อดี คือ เหมาะกับคนที่ทานมังสวิรัต หรือ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ข้อเสีย ราคาแคปซูลชนิดนี้มีราคาค่อนข้างแพง จึงอาจส่งผลให้ผลิตถัณฑ์ที่ทำรูปแบบนี้มีราคาสูงตามไปด้วยตามต้นทุน การเก็บรักษาได้ไม่นาน เพราะเปลือกอาจจะเปราะแตกได้

 

 

แบบผง

ชงดื่ม หรือผสมชงกับน้ำเพื่อใหห้ละลายแล้วดื่ม ข้อดี คือ สามารถอัดปริมาณสารได้เยอะและเต็มที (แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์ของ อย.) ทำให้การทานในแต่ละครั้งได้รับสารต่าง ๆ เต็ม ๆ และไม่ต้องทานที่ละหลาย ๆ เม็ด และยังสามารถปรับปต่งรสชาติให้ดื่มง่าย ข้อเสีย คือ ใส่ได้แต่พวกสารที่ละลายน้ำได้ อาจเสียเวลาในขั้นตอนชงให้ละลายก่อนที่จะรับประทาน

แบบเหลว หรือ แบบน้ำ

เป็นรูปแบบที่พร้อมดื่ม ได้ทันที ข้อดี คือ สะดวก ง่ายต่อการรับประทาน จะร่างกายดูดซึมได้ทันที ข้อเสีย คือ อาจจะมีราคาค่อนข้างสูง มีอายุในการเก็บรักษาในระยะเวลาสั้น เพราะอยู่ในรูปแบบละลายน้ำมาแล้ว เวลาเลือกซื้อรับประทานจึงควรดูบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการปกป้องจากแสงแดด

 

และนี้ก็เป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่นิยมผลิตและรับประทานในประเทศไทย ซึ่งจริงๆแล้วยังมีอีกหลายรูปแบบ แต่การจะรับประทานก็ควรตรวจสอบให้ดีว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เราซื้อรับประทานนั้นปลอดภัย ถูกต้องตามที่ทาง อย. กำหนดไว้หรือเปล่า หรือ แม่แต่จะเช็คตรวจสอบจากสถานที่ผลิตว่า สถานที่ผลิตนั้น ๆ ที่มาตรฐานไหม เพื่อความปลอดภัยในการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

 


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , ,
X