Line : @COLLAGEN100

มอบของขวัญให้ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพจาก Trendy-Health.com

ทำความรู้จักคอลลาเจน

ทำความรู้จักคอลลาเจน

ทำความรู้จักคอลลาเจน

ทำความรู้จักคอลลาเจน

ความหมายของคอลลาเจน

คอลลาเจน คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีรูปแบบเป็นสายยาว ที่มีหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่วไปเช่นเดียวกับเอนไซม์ ในส่วนของเส้นใยคอลลาเจนเป็ยสายเกลียวที่มีหน่วยของโมเลกุลเกี่ยวพันกันจำนวนมาก โดยปกติผิวหนังของคนเราจะมีคอลลาเจนที่ประกอบไปด้วยโครงสร้างจำนวนมาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดีตามไปด้วย สำหรับคอลลาเจนนั้นไม่ได้มีประกอบอยู่แค่ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังมีอยู่อวัยะภายในร่างกายอยู่มาก ซึ่งได้แก่ ผังผืด เอ็น เอ็นกล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน และกระดูก ที่สำคัญคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวของคนเราที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เคราติน

เคราติน ช่วยทำหน้าที่สร้างความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวของสาวๆ ลดลงจะทำให้เกิดริ้วรอยบนชั้นผิวหนัง นอกจากนี้เคราตินมีหน้าที่ในการสร้างความยืดหยุ่นให้ผนังของหลอดเลือ มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

 

ประโยชน์ของคอลลาเจน

  • ช่วยทำให้ผิวหนังกำพร้าเก็บกักน้ำได้มากขึ้นทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นขึ้น
  • ช่วยทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น กระชับใสและเรียบเนียน
  • ป้องกันและลดเลือนริ้วรอย กระ ฝ้า และจุดด่างดำ
  • ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวพรรณขาด กระจ่างใสขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเต่งตึงขึ้น
  • มีส่วนช่วยปกป้องผิวหนัง จากการถูกทำลายด้วยแสง UV ได้
  • ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอในร่างกายทำให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น
  • ช่วยบำรุงข้อต่อ ลดรอยแผลเป็น และการบำรุงเส้นผม
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของข้อกระดูกทำให้ลดอาหารปวดตามข้อได้

อาหารที่มีคอลลาเจน

                เนื้อปลาทะเล สาหร่ายทะเลรือสาหร่ายน้ำจืด น้ำมะพร้าว เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ขาว ผักเขียวต้ม ผลไม้สีแดง กระเทียม กระดูกปลาและกระดูกสัตว์ต่างๆ เนยแข็งเละชีส ข้าวโอ็ต ชาเขียว และอื่นๆ อีกมากมาย แต่อย่างไรก็ตามการทานอาหารหรือทานอาหารเสริม ให้ได้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ควรจะทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี

 

ใครบ้างที่เหมาะกับการทานคอลลาเจน

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มมวลกระดูก
  • ผู้ที่มีผิวหนังแห้ง เหี่ยวยุ่น มีริ้วรอย
  • ผู้มีปัญหาเรื่องผม ขน เล็บเปราะบาง
  • ผู้ที่มีปริมาณไตรกรีเซอไรด์ในเลือดสูง
  • นักกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื่อแขนขาอย่างหนัก
  • ผู้ที่ต้องออกแดด หรือสัมผัสแสงแดบ่อยๆ
  • ผู้ที่ขาดโปรตีน ควบคุมโปรตีน วัยที่ขาดโปรตีนและผู้ที่รับคอลลาเจนไม่เพียงพอ

 

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: ,
ทำความสะอาดผิวหน้า

การทำความสะอาดผิวหน้า

การทำความสะอาดผิวหน้า

คนไทยในปัจจุบันนี้เริ่มหันมาให้ความสนในการดูแลรักษาสุขภาพกันมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญอีกเรื่องคือใบหน้าของคนเราที่จะบ่งบอกว่าผู้นั้นมีสุขภาพดีหรือไม่ ดูแก่ก่อนวัยอันควรหรือเปล่า ซึ่งทุกคนทำความสะอาดใบหน้ากันทุกวันอยู่แล้ว แต่เคยถามตัวเองบ้างหรือป่าวว่าสารทั้งหลายที่นำมาใช้ทำความสะอาดผิวหน้านั้นมีผลอย่างไรบ้างกับผิวหน้า และเมื่อพูดถึงการทำความสะอาดผิวหน้าคนส่วนใหญ่จะใช้น้ำและสบู่ในการล้างหน้า

 

ทำความสะอาดผิวหน้า

 

การทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำ

                น้ำเป็นสารทำความสะอาดที่ง่ายที่สุด แต่น้ำไม่มีคุณสมบัติทำให้ผิวเปียกได้ดี เนื่องจากผิวหนังของคนเรามีสารเคอราตินอยู่ซึ่งช่วยป้องกันเปียกได้ ดังนั้นการทำความสะอาดผิวหน้าน้ำก็ต้องใช้เวลานาน กว่าจะชำระสิ่งสกปรกออกไปได้หมด ซึ่งในบางครั้งก็ต้องมีการใช้การขัดถูเข้ามาช่วย จึงมีการเติมสารบางอย่างที่ลงไปในน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพนการทำความสะอาดผิวให้ดีขึ้น เช่น แอลกอฮอล์ ซึ่งจะช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างน้ำกับผิวหนังให้เปียกน้ำขึ้นและช่วยขจัดไขมันในบางส่วนได้

ซึ่งด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงนิยมนำเอาแอลกอฮอร์ใส่ในเครื่องสำอางที่ใช้ในการทำความสะอาดผิว แต่ควรใช้ในปริมาณที่ต่ำเพื่อเลี่ยงการระคายเคืองต่อผิว โดยแอลกอฮอล์ที่นิยมใช้มีอยู่ 2 ชนิดคือ เอธิล แอลกอฮอร์ซึ่งจะช่วยให้ความสดชื่นได้มากกว่าและช่วยให้กลิ่นของน้ำมันหอมแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ส่วนไอโซโพรพีล แอลกฮอล์จะช่วยลดแแรงตึงของน้ำได้ดีกว่า จึงสามารถใช้ในปริมาณที่น้อยกว่าได้

 

การทำความสะอาดผิวหน้าด้วยสบู่

                สบู่เป็นสารที่ทำความสะอาดที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ราคาถูกใช้สะดวก ส่วนใหญ่จะเป็นสารผสมของเกลือโซเดียมกับกรดไขมัน ถ้าเป็นสบู่เหลวก็จะใช้เกลือโปตัสเซียมกับกรดไขมัน

 

สบู่มีผลต่อกระทบต่อการชำระล้างผิว

  • ทำให้เกิดความเป็นด่างที่ผิวหนัง 5 – 10 นาที ก็จะกลับสู่ปกติใน 30 นาที ซึ่งความเป็ด่างจะทำให้เกิดอันตราบต่อผิวได้ เมื่อสัมผัสนานๆ ก็จะเกิดความผิดปกติของโปรตีนในผิวหนังทำให้ความต้านทางของผิวลดลง ทำให้สูญเสียความชื้นของผิว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นคนที่ล้างหน้าบ่อยๆ อย่าเข้าใจผิดว่าผิวของคุณจะสะอาดขึ้น
  • ช่วยขจัดไขมันเพื่อล้างเอาสิ่งสกปรกที่ละลายอยู่ไขมันที่ผิวหนังออก โดยผลที่ตามมาคือ การสูญเสียไขมันบริเวณผิวหนัง ซึ่งจะส่งผลให้ผิวเสียความชุ่มชื้น เกิดเป็นริ้วรอยที่ใบหน้าได้ง่าย
  • ทำให้ผิวหนังพองตัว สภาพความเป็นด่างมีผลทำให้เคอราตินที่ผิวหนังพองตัวมากขึ้น ซึ่งการพองตัวนี้จะเพิ่มอำนาจการซึมผ่นของสารอื่นๆ จากภายนเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น
  • การดูดซับสบู่ของเคอราติน ทำให้เกิดเป็นชั้นฟิล์มบางๆ ที่ผิวซึ่งจะป้องกันการดูดซึมของสารพวก emollient เป็นผลให้ผิวเปราะและแตกแห้งได้ง่าย
  • เกิดความระคายเคืองซึ่งเป็นผลจากกรดไขมัน สบู่ที่ทำจากไขมันมะพร้าวจะระคายเคืองมากกว่าสบู่ที่เกิดจากไขมันวัว
  • เกิดการตกตะกอนของสารแคลเซียม การใช้สบู่กับน้ำกระด้างทำให้เกิดคราบตะกอนของแคลเซียมที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นผลทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดเป็นสิวเสี้ยน ตะกอนนี้จะส่งเสริมให้แบคทีเรียเข้าไปในไขมันและไม่ถูกทำลาบโดยสารฆ่าเชื้อ ทำให้เกิดการอับเสบของต่อมไขมันได้

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , ,
ชนิดและส่วนประกอบของสบู่่

สบู่ และส่วนประกอบของสบู่

สบู่ และส่วนประกอบของสบู่

ปัจจุบันสบู่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก และได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนมีการสังเคาะห์สารใหม่ๆ ขึ้นมาก เพื่อที่จะใช้เป็นสารชำระล้างทดแทนมากมาย ซึ่งสบู่เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ได้จากการนำเอาน้ำมันพืช หรือไขมันสัตว์กับน้ำด่างได้จากการนำเอามาแช่น้ำ ทำขึ้นเพื่อใช้ทำความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้า ชนิดและส่วนประกอบของสบู่่

ชนิดและส่วนประกอบของสบู่่

ชนิดของสบู่

                – สบู่ก้อน เป็นสบู่ที่ได้มาจากการทำปฏิกิริยาระหว่างกรดไขมันกับสารละลายโซเดียมโฮดรอกไซด์ เนื้อสบู่ที่ได้เป็นก้อนลักษณะทึบแสง เมื่อเวลาแห้งและเย็นมีโซดาไฟเป็นส่วนประกอบหลัก มีเกลือโพแทสเซียมของกรดไขมันใช้สำหรับภายนอกเท่านั้น ไม่ควรใช้สบู่ก้อนสระผม เพราะจะทำให้เส้นผมและหนังศรีษะกระด้าง

– สบู่ชนิดอ่อน มีลักษณะคล้ายน้ำผึ้งหรือเยลลี่สรเหลืองใส ทำด้วยน้ำมันมะกอกและโซดา

– สบู่เหลว มีส่วนผสมของเกลือโพแทสเซียมกับกรดไขมัน และอาจมีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก เมล็ดถั่ว เมล็ดฝ้าย และสมุนไพรอื่นๆ

– สบู่ไขมัน ซึ่งสบู่ตัวนี้มีการเติมสารอิมอลเลียนที่เป็นฟิล์มบาง ซึ่งเมื่อใช้แล้วจะติดอยู่บนผิว ทำให้ผิวลื่น และป้องกันการสูญเสียความชื้นจากผิวหนังซึ่งจะเหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง

– สบู่ใส หรือสบู่กลีเซอรีน เป็นสบู่ที่มีเนื้อสบู่ทำเป็นก้อนมีความแข็งเหมือนกับสบู่แข็ง แต่จะมีลักษณะใส ผิวมันเงา การที่สบู่มีลักษณะใสก็เนื่องมาจากส่วนประกอบจองเอทานอล กลีเซรีนและน้ำตาลทราย โดยทั่วไปนิยมผลิตมาจากส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะกอก ไขมันวัว น้ำมันละหุ่ง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน และยางสน

– ซินเดท เป็นสบู่ที่มีส่วนผสมของสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง

 

ส่วนประกอบของสบูู่

ไขมันหรือน้ำมัน โดยที่ไขมันมันแต่ะชนิดประกอบด้วยไขมันมากกว่า 1 ชนิด ตามธรรมชาติกรดไขมันเหล่านี้จะไม่อยู่อิสระ แต่จะไปรวมกับสารกลีเซอรีนในไขมันอยู่ในรูปแบบกลีเซอไรด์ รวมตัวกับสบู่ สารที่เกาะติดกับไขมันก็จะหลุดออกมาเป็นกลีเซอรีน กรดไขมันแต่ละชนิดเมื่อรวมตัวกับเบสแล้ว จะใช้สบู่ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เช่น กรดลอริกมีมากในน้ำมันมะพร้าวนเป็นกรดไขมันที่ทำปฏิริยากับเบสแล้วให้สารที่มีฟองมาก เป็นต้น

 

ในความเข้าใจของคนทั่วไปสบู่เป็นเครื่องสำอางชนิดหนึ่งที่ใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย ปัจจุบันในการผลิตสบู่นั้นมีการเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ เพื่อให้สบู่มีสรรพคุณตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เช่นมีสีสันสวยงาม มีกลิ่นหอม และมีสพรรคุณทางยาในทางการค้า มีการใช้สารสังเคราะห์พิ่มขึ้น ทำให้บรรจุภัณฑ์สวยงาม

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงนิยมใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบของสบู่ แทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ พืชสมุนไพรที่ใช้มีสระสำคัญและมีสพรรคุณทางยา เช่น ไร้สารสังเคราะห์ และไม่มีสารตดค้าง มีสีสันสวยงาม เป็นต้น ทำให้สบู่ที่ขึ้นจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีคุณลักษณะเฉพาะที่หลากหลาย

 

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและปรนนิบัติผิว ด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คอลลาเจน  |  วิตามินซี  |  อาหารเสริม

Tags: , ,
ประโยชน์ของอะเซโรลา-เชอร์รี่

อะเซโรลา เชอร์รี่ มีประโยชน์อย่างไร

อะเซโรลา เชอร์รี่ มีประโยชน์อย่างไร

                อะเซโลรา เชอร์รี่ เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซี มีโปรตีนและแร่ธาตุสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสารสำคัฯตัวหนึ่งที่เชื่อว่าสามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต้ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล

ประโยชน์ของอะเซโรลา-เชอร์รี่

ประโยชน์ของอะเซโรลา เชอร์รี่

  • ช่วยเร่งการสร้างเสริมคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเต่งตึงผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย และทำให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นอยู่เสมอ
  • ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ลดการเกิดจุดด่างดำ ที่เกิดจากมลพิษหรืออันตรายจากแสง UV
  • ช่วยให้ผิวหนังดูอิ่มน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ และทำให้ผิวหนังแก่ช้าลงเมื่ออายุมากขึ้น
  • ช่วยเพิ่มประสิมธิภาพการทำงานของคอลลาเจน
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนผิวหนัง เพื่อความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง
  • ช่วยเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลเป็น
  • ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว ช่วยต่อสู่กับรอบเหี่ยวย่นบนใบหน้า ริ้วรอยร่องตื่น จุดด่างดำ รองหมองคล้ำ
  • ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวหนังที่ถูกจากการทำลาย

 

อะเซโรลาเชอร์รี่ กินตอนไหนดี

                สำหรับอะเซโรล่าเชอร์รี่เป็นอาหารเสริมวิตามินที่ประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซีทั่วไป ซึ่งมีปริมาณของวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้มมากถึง 30-80 เท่า ทำให้สามารถกินตอนไหนก็ได้ อาจจะกินในช่วงเช้า หรือก่อนนอน หรือกินคู่กับอาหารเสริมอื่นๆ เพื่อช่วยดูดซึมอาหารเสริมนั้นๆ ให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุด

 

ข้อควรระวังในการทาน อะเซโรลาเชอร์รี่

  • ไม่ควรทานวิตามินซี เกินวันละ 2000 มก. เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้
  • ไม่ควรเก็บผลิตภัณฑ์ของอะเซโรลาเชอร์รี่ ที่อุณหภูมิสูง และหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะจะทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมคุณภาพได้ง่าย

อาหารเสริม คอลลาเจน วิตามินซี ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เรารวบรวมมาไว้ที่นี้ เพื่อให้ท่านเลือกสรรค์สิ่งดีๆ รวมไว้ที่นี่…

Tags: , ,
X